วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

การเตรียมความพร้อมสู่ความเป็นครู

 นางสาวประนอม  แสงพิรุณ




 

“ครูเป็นวิชาชีพที่มีบทบาทและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสังคมและประเทศชาติ ในการพัฒนาเยาวชนและคนในสังคมให้มีคุณภาพ เป็นวิชาชีพที่มีเกียรติน่ายกย่อง ครูที่ดีจะต้องมีจิตวิญญาณของความเป็นครู เป็นผู้ทรงความรู้ในเนื้อหาที่ต้องถ่ายทอดสู่ผู้เรียนและยังต้องจัดการเรียนการสอนได้อย่างเป็นระบบ มุ่งพัฒนาเยาวชนให้เป็นผู้ใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต เช่น ทักษะการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์ ทักษะการสื่อสาร และทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น เพื่อพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า ครูจะต้องมีความเสียสละ เอาใจใส่เพื่อความเจริญของศิษย์ ประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกศิษย์ มีความพอใจในความเป็นอยู่ไม่หวั่นไหวต่อลาภยศหรือความสะดวกสบายและครูต้องทำหน้าที่สอนให้ศิษย์เกิดความรู้ และมีคุณธรรมจริยธรรมที่ดี นำประโยชน์ให้แก่สังคมได้ในอนาคต ตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ 5 ด้าน 9 ข้อ ที่ครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องจำขึ้นใจเพราะเป็นมาตรฐานความประพฤติที่ผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องปฏิบัติเพื่อผดุงเกียรติและสถานะของวิชาชีพ

        เส้นทางการเป็นครูไม่ใช่เรื่องง่ายและมักจะพบกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ มากมาย เนื่องจากไม่ได้เรียนมาทางสายการศึกษาแต่เรียนสายอาชีพมาโดยตลอดตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จนถึงระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาวิชาการเลขานุการ เมื่อสามสิบกว่าปีที่ผ่านมา หลังจากจบการศึกษาจึงได้ทำงานในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในตำแหน่งครูผู้สอน ในสมัยนั้นการทดลองงานใช้เวลาเกือบปี กว่าจะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้เป็นครู โดยเข้ารับสวัสดิการกองทุนสงเคราะห์ครูและครูใหญ่โรงเรียนเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) การสอนในระยะแรกค่อนข้างมีปัญหามากเนื่องจากขาดทักษะและประสบการณ์ในการสอน ทำให้การถ่ายทอดความรู้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ได้พยายามฝึกฝนตนเองและสอบถามจากเพื่อนครูในสาขาวิชาเดียวกัน ได้รับคำแนะนำจากคณะกรรมการนิเทศการสอน ซึ่งจะทำการนิเทศครูภาคเรียนละสองครั้ง โดยแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเพียงครั้งแรกเท่านั้น คณะกรรมการนิเทศจะแจ้งผลให้ทราบภายหลังการนิเทศพร้อมข้อเสนอแนะ และได้มีโอกาสไปนั่งดูการสอนจากครูที่สอนดี แล้วนำเทคนิคมาปรับใช้ ในขณะเดียวกันคิดว่าการเป็นครูต้องเป็นคนที่มีความรู้กว้างและทันต่อเหตุการณ์จึงจะสามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เรียนได้ เมื่อมีโอกาสจะพัฒนาตนเองโดยการศึกษาหาความรู้อยู่เสมอจากตำราเรียนหรือเอกสารประกอบต่างๆ ความรู้ในเว็บไซต์บ้าง เข้าร่วมประชุม อบรมสัมมนา ศึกษาดูงาน ให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญมากขึ้น ตลอดจนพัฒนาตัวเองในด้านคุณวุฒิโดยเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี สาขาวิชาการจัดการ จนสำเร็จการศึกษา อีกทั้งได้รับมอบหมายงานให้ดูแลด้านความประพฤตินักเรียน/นักศึกษาประจำฝ่ายกิจการนักศึกษา ซึ่งทำให้ได้ศึกษาพฤติกรรมของนักเรียน/นักศึกษามากขึ้น และนำเรื่องจิตวิทยามาปรับใช้กับนักเรียน/นักศึกษาในแต่ละคนได้  

ความเป็นครูเริ่มสมบูรณ์แบบมากขึ้น เมื่อคณะกรรมการคุรุสภาได้ออกข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2547 โดยให้ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ขึ้นทะเบียนการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และได้ศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) เป็นระยะเวลาหนึ่งปี เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักสูตรการศึกษามากยิ่งขึ้นและนำไปประกอบการขอต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทุกๆ ห้าปี ซึ่งในระยะเวลาดังกล่าว “ครู” จะต้องพัฒนาตนเองตลอดเวลาโดยการศึกษาดูงาน เข้าอบรม ประชุมสัมมนาที่สอดคล้องกับการปฏิบัติงาน

 “ครู” ต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากโลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในด้านการเรียนการสอนจะใช้การสังเกตพฤติกรรมกลุ่มของผู้เรียน เพื่อนำไปปรับใช้ในการเรียนการสอนและให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติมากขึ้น เน้นการใช้สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน และในขณะเดียวกันความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทกับคนมากขึ้นการเรียนการสอนในห้องเรียนอย่างเดียวจึงมิใช่คำตอบ และ “ครู” จะต้องมีความรู้และเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือสื่อสาร และเป็นเพียงผู้ให้คำชี้แนะในการเรียนการสอน ในขณะที่ผู้เรียนต้องมีทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมมากยิ่งขึ้น

การเตรียมตัว เพื่อการเป็นครูดี

 

การเตรียมตัว เพื่อการเป็นครูดี


นางสาวเจนจิรา  พลราชม 

       ทำไม ? จึงมีครูถอดใจในช่วงปีแรกของชีวิตการเป็นครู นั่นเป็นเพราะภารกิจของครูเป็นเรื่องของการสื่อสารความคิดที่ซับซ้อนกับผู้อื่น และการศึกษา ความตั้งใจความฉลาด ความกระตือรือร้นจะไม่ช่วยให้มีทักษะนี้โดยอัตโนมัติ ทุกอย่างต้องการการฝึกฝน            

       ตอนเรียนครู อาจารย์อยู่ข้างเราคอยช่วยลุ้นให้เราประสบความสำเร็จในการเรียนแต่ตอนทำหน้าที่ครู นักเรียนไม่แคร์ไม่สนใจด้วยซ้ำไปว่าเราจะประสบความสำเร็จหรือไม่ บางคนถึงกับแกล้งให้ครูล้มเหลวด้วยซ้ำ ตอนเป็นนักศึกษาเพื่อนชมความฉลาดของเรา ชมว่าเราสอนเก่งทำใบงานดี แต่ตอนเป็นครูนักเรียนอาจไม่สนใจเรียนเลย การสอนที่ได้ผลเป็นเรื่องของจิตวิทยามากกว่าการเรียนการสอน ดังคำบอกจากศิษย์คนหนึ่งที่เคยกล่าวว่าครูสามารถกำหนดให้นักเรียนนั่งถือหนังสือห่วยๆ ได้ทั้งวัน แต่จะไม่มีวันบังคับให้นักเรียนอ่านหนังสือนั้นได้” คือการเรียนนั้นบังคับไม่ได้ เป็นความสมัครใจ ยินดีทำของนักเรียนเอง ครูต้องมีวิธีการใช้จิตวิทยาให้เกิดความอยากเรียน ไม่ใช่บังคับให้เรียนฉะนั้นครูต้องเตรียมตัวล่วงหน้า 2-3 สัปดาห์ ก่อนเปิดภาคเรียนต้องมีการเตรียมห้องเรียน

        ครูจึงต้องหาวิธีสร้างความเชื่อมั่นในตัวนักเรียนต่อความสำเร็จในการเรียนต้องมีวิธีลบล้างความท้อแท้สิ้นหวังต่อการเรียนในตัวนักเรียน สร้างแรงบันดาลใจความมุ่งมั่นในการเรียนและชีวิตในอนาคต นี่คือสุดยอดหน้าที่ของครู

       บุคลิกส่วนหนึ่งเกิดจากการแต่งกาย ครูต้องแต่งกายดีเรียบร้อย แต่งตัวพอดีไม่มากไม่น้อยเกินไป และแต่งให้ถูกกาลเทศะเพื่อสร้างบรรยากาศในห้องเรียน เช่น แต่งชุดพละในวันกีฬานักเรียน ครูต้องสร้างความเชื่อมั่นในความรู้สึกของศิษย์ว่าเป็นครูคนนี้เป็นครูเพื่อศิษย์ ซึ่งไม่ใช่สร้างด้วยวาจา แต่สร้างด้วยการกระทำ แล้วนักเรียนจะไว้ใจและร่วมมือในการทำกิจกรรมในชั้นเรียน เรื่องสำคัญยิ่งตั้งแต่วันแรก และตลอดไป คือทำให้วินัยมีความหมายเชิงบวก เป็นวินัยเพื่อนักเรียน ไม่ใช่วินัยเพื่อครู ให้นักเรียนร่วมกันกำหนดว่าเพื่อให้การเรียนรู้ของชั้นเรียนดำเนินไปได้อย่างดี  ควรมีข้อกำหนดหรือข้อห้ามอะไรบ้าง เป็นข้อตกลงร่วมกัน ไม่ใช่ข้อกำหนดของครู แต่ครูก็ต้องกำหนดกติกาของครูด้วยซึ่งต้องพิจารณาตามช่วงชั้นของนักเรียน นักเรียนเล็กกับนักเรียนวัยรุ่นต่างกันมาก ครูต้องปฏิบัติต่อนักเรียนอย่างเคารพรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนตามพัฒนาการของนักเรียน ต้องมีข้อตกลงว่า เมื่อครูถามนักเรียนที่ต้องการตอบต้องยกมือก่อน ให้ครูชี้ตัวจึงจะตอบได้ ไม่ใช่ตะโกนตอบทันที หรือจะให้นักเรียนตะโกนตอบทันที พร้อมกันกี่คนก็ได้ ครูต้องแยกตัวนักเรียนออกจากพฤติกรรมของนักเรียนคนนั้น เมื่อนักเรียนแสดงพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องครูต้องแสดงว่าโกรธ หรือรังเกียจพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องนั้น เพื่อพัฒนาตนเองครูต้องทำให้ศิษย์เข้าใจว่าการทำผิดไม่ใช่เรื่องถาวรเป็นเรื่องที่แก้ไขปรับปรุงตนเองได้เพื่อตนเอง และครูจะช่วยเหลือ
       หลักการอีกอย่างหนึ่งของครูคือ ควบคุมชั้นเรียน ไม่ใช่ควบคุมนักเรียน และควบคุมชั้นเรียนให้มีระเบียบ มีบรรยากาศน่าเรียน เพื่อประโยชน์ของนักเรียนไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของครู การจัดระเบียบหรือจัดการชั้นเรียนนี้มีรายละเอียดมากตั้งแต่ความสะอาดของห้องเรียน การจัดแถวโต๊ะของนักเรียนตำแหน่งโต๊ะทำงานและชั้นวางของของครู และตำแหน่งที่ครูยืนสอนอยู่หน้ากระดาน ต้องกำหนดไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ครูอยู่ในฐานะที่จะจัดการชั้นเรียนได้อย่างมีประสิทธิผลสูงสุด หลักการสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ครูยึดถือคือ สอนนักเรียนมากกว่าสอนวิชา และในการสอนวิชานั้น ต้องตระหนักว่ามีเป้าหมายเพื่อคุณค่า หรือการใช้ดำรงชีวิตของ

        หัวใจของบรรยากาศ และกติกาในชั้นเรียนคือความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างเพื่อนนักเรียนด้วยกัน และระหว่างนักเรียนกับครู พฤติกรรมที่เป็นการละเมิด  ถือว่าเป็นความผิด

วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

การพิจารณาหัวข้อวิทยานิพนธ์

 





การสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ (Covid - 19)

 









โครงการปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ บัณฑิตศึกษา

 




โครงการเตรียมความพร้อมเพื่อการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา

 










โครงการจิตอาสา นักศึกษา

 



การเตรียมความพร้อมสู่ความเป็นครู

  นางสาวประนอม   แสงพิรุณ   “ครู ” เป็นวิชาชีพที่มีบทบาทและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสังคมและประเทศชาติ ในการพัฒนาเยาวชนและคนในสังคมให้มีคุณภาพ...