การเตรียมตัว เพื่อการเป็นครูดี
นางสาวเจนจิรา
พลราชม
ทำไม ? จึงมีครูถอดใจในช่วงปีแรกของชีวิตการเป็นครู
นั่นเป็นเพราะภารกิจของครูเป็นเรื่องของการสื่อสารความคิดที่ซับซ้อนกับผู้อื่น และการศึกษา
ความตั้งใจความฉลาด ความกระตือรือร้นจะไม่ช่วยให้มีทักษะนี้โดยอัตโนมัติ ทุกอย่างต้องการการฝึกฝน
ตอนเรียนครู
อาจารย์อยู่ข้างเราคอยช่วยลุ้นให้เราประสบความสำเร็จในการเรียนแต่ตอนทำหน้าที่ครู นักเรียนไม่แคร์ไม่สนใจด้วยซ้ำไปว่าเราจะประสบความสำเร็จหรือไม่ บางคนถึงกับแกล้งให้ครูล้มเหลวด้วยซ้ำ
ตอนเป็นนักศึกษาเพื่อนชมความฉลาดของเรา ชมว่าเราสอนเก่งทำใบงานดี
แต่ตอนเป็นครูนักเรียนอาจไม่สนใจเรียนเลย การสอนที่ได้ผลเป็นเรื่องของจิตวิทยามากกว่าการเรียนการสอน
ดังคำบอกจากศิษย์คนหนึ่งที่เคยกล่าวว่า “ครูสามารถกำหนดให้นักเรียนนั่งถือหนังสือห่วยๆ
ได้ทั้งวัน แต่จะไม่มีวันบังคับให้นักเรียนอ่านหนังสือนั้นได้” คือการเรียนนั้นบังคับไม่ได้ เป็นความสมัครใจ ยินดีทำของนักเรียนเอง ครูต้องมีวิธีการใช้จิตวิทยาให้เกิดความอยากเรียน
ไม่ใช่บังคับให้เรียนฉะนั้นครูต้องเตรียมตัวล่วงหน้า 2-3 สัปดาห์
ก่อนเปิดภาคเรียนต้องมีการเตรียมห้องเรียน
ครูจึงต้องหาวิธีสร้างความเชื่อมั่นในตัวนักเรียนต่อความสำเร็จในการเรียนต้องมีวิธีลบล้างความท้อแท้สิ้นหวังต่อการเรียนในตัวนักเรียน
สร้างแรงบันดาลใจความมุ่งมั่นในการเรียนและชีวิตในอนาคต นี่คือสุดยอดหน้าที่ของครู
บุคลิกส่วนหนึ่งเกิดจากการแต่งกาย
ครูต้องแต่งกายดีเรียบร้อย แต่งตัวพอดีไม่มากไม่น้อยเกินไป และแต่งให้ถูกกาลเทศะเพื่อสร้างบรรยากาศในห้องเรียน
เช่น แต่งชุดพละในวันกีฬานักเรียน ครูต้องสร้างความเชื่อมั่นในความรู้สึกของศิษย์ว่าเป็นครูคนนี้เป็นครูเพื่อศิษย์
ซึ่งไม่ใช่สร้างด้วยวาจา แต่สร้างด้วยการกระทำ แล้วนักเรียนจะไว้ใจและร่วมมือในการทำกิจกรรมในชั้นเรียน
เรื่องสำคัญยิ่งตั้งแต่วันแรก และตลอดไป คือทำให้วินัยมีความหมายเชิงบวก เป็นวินัยเพื่อนักเรียน
ไม่ใช่วินัยเพื่อครู ให้นักเรียนร่วมกันกำหนดว่าเพื่อให้การเรียนรู้ของชั้นเรียนดำเนินไปได้อย่างดี
ควรมีข้อกำหนดหรือข้อห้ามอะไรบ้าง เป็นข้อตกลงร่วมกัน ไม่ใช่ข้อกำหนดของครู แต่ครูก็ต้องกำหนดกติกาของครูด้วยซึ่งต้องพิจารณาตามช่วงชั้นของนักเรียน
นักเรียนเล็กกับนักเรียนวัยรุ่นต่างกันมาก ครูต้องปฏิบัติต่อนักเรียนอย่างเคารพรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนตามพัฒนาการของนักเรียน
ต้องมีข้อตกลงว่า เมื่อครูถามนักเรียนที่ต้องการตอบต้องยกมือก่อน
ให้ครูชี้ตัวจึงจะตอบได้ ไม่ใช่ตะโกนตอบทันที หรือจะให้นักเรียนตะโกนตอบทันที
พร้อมกันกี่คนก็ได้ ครูต้องแยกตัวนักเรียนออกจากพฤติกรรมของนักเรียนคนนั้น
เมื่อนักเรียนแสดงพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องครูต้องแสดงว่าโกรธ
หรือรังเกียจพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องนั้น เพื่อพัฒนาตนเองครูต้องทำให้ศิษย์เข้าใจว่าการทำผิดไม่ใช่เรื่องถาวรเป็นเรื่องที่แก้ไขปรับปรุงตนเองได้เพื่อตนเอง
และครูจะช่วยเหลือ
หลักการอีกอย่างหนึ่งของครูคือ
ควบคุมชั้นเรียน ไม่ใช่ควบคุมนักเรียน และควบคุมชั้นเรียนให้มีระเบียบ
มีบรรยากาศน่าเรียน เพื่อประโยชน์ของนักเรียนไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของครู การจัดระเบียบหรือจัดการชั้นเรียนนี้มีรายละเอียดมากตั้งแต่ความสะอาดของห้องเรียน
การจัดแถวโต๊ะของนักเรียนตำแหน่งโต๊ะทำงานและชั้นวางของของครู และตำแหน่งที่ครูยืนสอนอยู่หน้ากระดาน
ต้องกำหนดไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ครูอยู่ในฐานะที่จะจัดการชั้นเรียนได้อย่างมีประสิทธิผลสูงสุด
หลักการสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ครูยึดถือคือ สอนนักเรียนมากกว่าสอนวิชา และในการสอนวิชานั้น
ต้องตระหนักว่ามีเป้าหมายเพื่อคุณค่า หรือการใช้ดำรงชีวิตของ
หัวใจของบรรยากาศ
และกติกาในชั้นเรียนคือความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างเพื่อนนักเรียนด้วยกัน และระหว่างนักเรียนกับครู
พฤติกรรมที่เป็นการละเมิด ถือว่าเป็นความผิด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น