วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

การเตรียมพร้อมสู่ความเป็นครู

นางสาวภาชินี ศิลปภิรมย์สุข 





ในสมัยเด็กเกิดมาในตระกูลครู เพราะลุง พี่ชายของพ่อ น้องชายของพ่อ เป็นครูทุกคน และแต่งงานก็มีภรรยาเป็นครู มีลูกก็เป็นครู พี่ชาย พี่สาว ลูกของลุง ลูกของอา ประกอบอาชีพครูด้วยกันทั้งนั้น ยกเว้นพ่อของเราเองประกอบอาชีพอิสระ ชาวบ้านในหมู่บ้านจึงเรียก บ้านเราว่า “ตระกูลครู” จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เราเห็นอาชีพนี้มาโดยตลอด เหมือนซึมซับมาทางสายเลือด แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้ทา แต่ที่บ้านต่างอยากให้เป็นครู เพราะเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไปไหนมาไหน เขาก็มีแต่เรียก “ครู” ก็เคยเล่นเป็นครูนักเรียนมาตั้งแต่เล็ก ๆ ให้น้องเขียน ก ไก่ บวกเลข แล้วไปหาปากกาแดงมาตรวจ ให้คะแนน เหมือนครูที่โรงเรียน ซ้อมเขียนชื่อเป็นลายเซ็น คืออาจจะมีทัศนคติจากครูในชีวิตที่ได้รับสิ่งดี ๆจากครูของเราและเกิดการปลูกฝังว่านี่แหละเป็นต้นแบบของครูที่ดีก็เลยอยากเป็นครูดี ๆ มีลูกศิษย์มาหา เอาพวงมาลัยมาไหว้ในวันครู มีความรู้สึกดีมากเมื่อเห็นภาพนี้ อยากที่จะได้รับสิ่งที่ได้เห็นกับตัวเราเองบ้าง และยังจาภาพครูทุกคนที่สั่งสอนเราได้เป็นอย่างดีทั้ง ๆที่บางท่านจากไปนานแล้วแต่ท่านยังอยู่ในใจตลอดเวลา คือเป็นครูที่เอาใจใส่จริงจัง จริงใจและมีความเข้มงวดมากสอนตั้งแต่หัวจรดเท้าว่าการเป็นเด็กนักเรียนที่ดีควรเป็นอย่างไรจะพูด จะเดิน จะกิน จะหาว ยิ่งเรื่องหาวนี้ระลึกถึงทุกครั้ง ท่านสอนว่าเราเป็นผู้หญิงห้ามหาว อ้าปาก ทุกวันนี้เวลาหาว หวนนึกถึงครูท่านนี้ตลอดค่ะ และทุก ๆคาสอน ต้องมีรูปแบบมีแบบอย่างในชีวิตก็คือ การเป็นครูที่ดี

ความเป็นตัวตนของตัวเองในอาชีพครู เริ่มมาจากการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ซึ่งเป็นฝ่ายการสอนที่จบแล้วไปสายอาชีพครู ฝึกประสบการณ์วิชาชีพสอนในโรงเรียนจริง ๆ เป็นเวลา 1 ภาคเรียน ทั้งชอบและตื่นเต้น มีความรู้สึกปลื้ม ศรัทธาต่อวิชาชีพของตัวเองเพราะว่าอาชีพครูหรือวิชาชีพครูนี้มีหน้าที่สาคัญที่สุด ก็คือ การสร้างคน ความภูมิใจของคนเป็นครูคือการได้มองความสาเร็จของนักเรียนซึ่งเราไม่ได้มองความสาเร็จเฉพาะนักเรียนที่เก่งแต่เราจะภูมิใจที่สุดเมื่อเราสามารถดูแลเด็กที่เราต้องช่วยเหลือเขามาก ๆ คือได้ส่งให้ถึงฝั่งและเดินต่อไปได้นั่นคือความภูมิใจในความเป็นครูตรงนี้มีอยู่ในตัวตนของเราซึ่งถ้าเราจะรักเด็กก็ต้องรักให้ทั่วถึง ถึงแม้ว่าช่วงเวลานั้น ลูกศิษย์จะเรียกเราว่า “ครูฝึกสอน” ก็ตาม

เมื่อจบปริญญาตรีเรียบร้อยได้ก้าวเข้าสู่วัยทางาน ได้เดินทางเข้ามาในกรุงเทพเพื่อหางานทา ตามคาชักชวนของรุ่นพี่ที่มาทางานแล้วและแนะนาให้มาสมัครเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ เพราะกาลังต้องการสาขานี้ ที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอนเพราะเราจบสาขาเอกภาษาอังกฤษ จึงได้มาสมัครทางโรงเรียนนัดสอบสัมภาษณ์และสอบสอน รู้สึกตื่นเต้นมาก กลัวไม่ได้ กลัวไม่ผ่าน ร้อยความคิดในหัวกังวลมากเพราะใจลึกๆ

แล้วอยากได้งานทาที่นี่ โรงเรียนใหญ่โต สวยงาม ชุดสวย และสอบถามจากรุ่นพี่ที่แนะนาบอกมาว่า เงินเดือนดี จากนั้นจึงมุ่งมั่น เตรียมสื่อการสอน หัวข้อที่จะสอบสัมภาษณ์ เป็นภาษาอังกฤษเพราะคิดว่าเขาต้องสอบสัมภาษณ์ตรงกับวิชาเอกที่เรียนมา วันที่นัดก็มาถึง แต่งตัวเรียบร้อยพร้อมสื่อการสอนมาด้วยความมั่นใจ แต่ก็ตื่นเต้นมากซ้อมกับเพื่อนมาบ้างแล้ว หลังจากสอบทั้ง 2 อย่างแล้ว ช่วงเวลาที่รอคาตอบ นั่งไม่เป็นสุขเลย เพราะจบใหม่ ยังไม่มีประสบการณ์ต่าง ๆ ในการทางานมาเลย แต่ก็มีเจ้าหน้าที่เดินมาบอกว่าผ่าน ทางโรงเรียนรับเข้าทางาน และบอกวันเริ่มงาน เป็นความรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก นับแต่วันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นชีวิต ความเป็นครู ที่แท้จริงแล้ว เดินตามทางของตระกูลครู ครอบครัวต่างดีใจกันทุกคนที่ได้ทางานในอาชีพครู ถึงแม้ว่าจะเป็น ครูโรงเรียนเอกชนก็ตาม ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น “ครู” ยิ่งมาทางานที่สารสาสน์ก็เหมือนเป็นทางเลือกที่รู้สึกว่าเราได้เจองานเจอผู้บังคับบัญชาที่เป็นพ่อครูแม่ครู ที่เป็นเจ้าของโรงเรียนได้เป็นครูโดยแท้จริง ส่งผลให้เกิดความภาคภูมิใจและอยากทาอาชีพหรือวิชาชีพนี้ตลอดชีวิต ตลอดจนมาถึงทุกวันนี้กว่า 18 ปีแล้วที่อยู่สารสาสน์ตอนเรียนจบครูมาใหม่ก็ได้ทางานเป็นครูสอนที่โรงเรียนสารสาสน์แห่งนี้เป็นโรงเรียนแรกและโรงเรียนเดียวไม่เคยทางานในองค์กรอื่นเลย เพียงแต่เปลี่ยนสาขาภายในเครือสารสาสน์ ตลอดเรื่อยมาได้มาทางานที่โรงเรียนสารสาสน์ ได้สอนวิชาภาอังกฤษ ในระดับอนุบาล มีคัดตารางซึ่งครั้งแรกก็งง ว่าเราจะสอนยังไง เด็กก็เล็ก เป็นครูฝึกสอนก็ไม่เคยเจอการคัดตาราง สอนระดับมัธยม แต่ชีวิตจริง สอนอนุบาล เราก็ต้องปรับตัว สอบถาม เรียนรู้จากครูเก่าของโรงเรียน เราจะเห็นแบบอย่างของพ่อครูแม่ครูในการสอนครู อบรมครูตามนโยบายต่าง ๆ ให้รักเด็กมาก ๆ ห้ามดุ ห้ามตี พูดจากับเขาดี ๆ เลยรู้สึกว่าเจ้าของโรงเรียนนี้ท่าน น่ารัก และเป็นครูอย่างแท้จริง สมแล้วที่มีโรงเรียนใหญ่โต หลายสาขา คือเด็กต้องมาที่ 1 ท่านจึงได้จัดตั้งกิจการและการศึกษาซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ซึ่งท่านเองก็ไม่หยุดการบริหารและตั้งเป้าหมายในการสร้างเด็กมี 3 อย่างนี้ในตัวเอง คือ เด็กสารสาสน์ ต้องมี 1 ภาษาอังกฤษที่ดี พูดสื่อสารได้ 2 มีระเบียบวินัย 3 มีคุณสมบัติพิเศษติดตัวของเด็กต้องเล่นดนตรีได้เป็นอย่างน้อย 1 ชิ้น ทุกคน จึงเป็นเอกลักษณ์ของนักเรียนสารสาสน์ที่โรงเรียนอื่นไม่มี แตกต่าง และดีกว่า ทาหน้าที่ครูผู้สอนได้ 8 ปี ก็ได้รับโอกาส จากท่านผู้ใหญ่ ท่านหนึ่งที่ไว้วางใจและเห็นถึงความสามารถในตัวเรา คือ ท่านผอ.ดร.สยมพร ทองเนื้อดี ซึ่งขณะนั้นท่านดารงตาแหน่ง เป็นผอ.โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอน แต่ในปัจจุบัน ได้ดารงตาแหน่ง อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ ให้ไปทาหน้าที่เป็นผู้บริหารฝ่ายอนุบาลที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศสมุทรสาคร แต่ได้ปฏิเสธท่านไปและขอบพระคุณท่านที่ไว้วางใจในตัวเรา คาตอบที่ให้ คือ ขอสอน อยากสอนนักเรียน อยากอยู่กับเด็ก ๆ มีความสุขกับการสอน อยากให้นักเรียนเก่ง พูดภาษาอังกฤษได้ และไม่ถนัดงานบริหารคงทาไม่ได้เพราะเห็นผู้บริหารที่ผ่านมาเป็นงานยากและหนัก ท่านตอบมาว่า เดี๋ยวผอ.สอนเอง ท่านจึงเป็นครูคนแรกในการสอนงาน ด้านการบริหาร แต่เมื่อได้ทาจริงก็ต้องเรียนรู้ ฝึกฝน เก็บเกี่ยวประสบการณ์ แก้ปัญหาในแต่ละวันและ  ได้ทาหน้าที่ทั้งสองอย่างทั้งเป็นครูที่สอนงานครูใหม่ เพราะตอนนั้นโรงเรียนเปิดใหม่ต้องสอนงานจนไม่เหมือนเป็นผู้บริหาร ทาหน้าที่ไปพร้อมกันไม่เคยขาดตกบกพร่องหนึ่งก็เป็นครูอีกหน้าที่ก็เป็นผู้บริหารแต่ก็ไม่ใช่ผู้บริหารที่มาแล้วสัมผัสไม่ได้สาหรับคาว่าครูโดยส่วนตัวชอบมากกว่าคาว่าผู้ช่วย หรือผู้บริหาร จากนั้นก็ได้รับโอกาสอีกครั้ง ได้ขึ้นเป็น ผู้อานวยการ คราวนี้ร้องไห้ออกมา ไม่ได้ร้องเพราะดีใจ แต่ร้องด้วยความเสียใจ ไม่อยากเป็น กลัวทาไม่ได้ ทาได้ไม่ดี แต่ผู้ใหญ่ทุกท่านก็เป็นกาลังใจ สอนงาน ปลอบประโลม ว่าทาได้ และทาได้ดี ต้องวางตัวใหม่ มีบุคลิกภาพ น่าเชื่อถือ ศรัทธา เป็นแรงผลักดันให้เรียนรู้ ในงานด้านบริหารสูงสุดในตาแหน่งนี้ และต้องทาให้ได้ เพื่อให้สมกับความไว้วางใจของท่านผู้มีพระคุณ ท่านประธานพิบูลย์ ยงค์กมล คาว่าครูใหญ่หรือผู้อานวยการให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน อย่างการเป็นครู เมื่อถึงวันครู วันไหว้ครู เราจะรู้สึกว่า ลูกศิษย์ไหว้ครูไม่ใช่ไหว้ผู้อานวยการ ไหว้ผู้บริหาร คือมีความรู้สึกที่รักความเป็นครู มากกว่าผู้บริหารแต่จะศรัทธาในการเป็นผู้บริหารเหมือนเป็นหัวโขนที่ใส่ไว้ เป็นหน้าที่ที่ต้องกระทาแต่นัยยะของการเป็นผู้บริหารเราก็คือ ครูคนหนึ่งซึ่งมีบทบาทในการบริหารจัดการทาอย่างไรให้ครูทาหน้าที่ของตนเองกับนักเรียนให้ดีที่สุดหน้าที่เราคือทาทั้ง 2 อย่างไปพร้อมกันเราจึงต้องมีความคิดในการพัฒนาตลอดเวลา การพูดการพัฒนาครูก็คือการพัฒนาเด็ก ถ้าเราหยุดคิดองค์กรก็จะไม่พัฒนา ตลอดเวลาเราคิดแต่เรื่องงานเป็นคนที่จริงจัง สิ่งที่ผู้บริหารต้องมีในการทางาน คือต้องมีความเอาใจใส่ ในงานที่ทา รู้ในทุกหน้าที่ ทุกอย่าง ตั้งแต่ยอดหญ้าถึงยอดโดม ถ้าไม่ครบทุกอย่างก็จะไม่ได้งาน ยิ่งในเรื่องการเรียนการสอน และเรื่องของความสามารถกิจกรรมพิเศษซึ่งเป็นเรื่องของการทักษะและความสามารถ เช่น การเล่นดนตรีไม่ใช่อยู่ ๆจะเล่นเองต้องมีการฝึกฝน เรื่องภาษาก็ต้องพูดบ่อย ๆ ก็ทาได้ เด็กหลายๆคนที่เรียนอยู่สารสาสน์ไปประกวดกิจกรรมต่าง ๆ ก็ต้องฝึกฝน ฝึกซ้อมทั้งสิ้น ทางโรงเรียนไม่ได้ห้ามเพราะถือเป็นการสร้างทักษะอย่างหนึ่งเป็นสิ่งที่โรงเรียนต้องส่งเสริมด้วยซ้าเด็กที่จะไปแข่งดนตรีหรือจะไปแข่งกีฬาทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่สร้างประสบการณ์ที่ดีในชีวิตของเด็กอีกทั้งยังช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนในฐานะที่เราเป็นครูก็ต้องสอนเด็กให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งใหม่อะไรที่ควรทาและไม่ควรทาเราก็ต้องเอาใจใส่คอยเป็นที่ปรึกษาช่วยชี้แนะแนวทางที่ดีให้การช่วยเหลือเด็กเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ดี เช่นการไปแข่งรายการต่าง ๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะเด็กได้ฝึกฝนความสามารถและได้มีความกล้าแสดงออกอย่างที่สารสาสน์วิเทศโคราชก็มีนักเรียนที่เป็นนักกีฬา นักดนตรี สิ่งหนึ่งที่จะสอนก็คือเรื่องของการเรียนต้องติดตามสาหรับตัวเด็กเองนั้นก็มีความสามารถทากิจกรรมไปพร้อมกับการเรียนได้อย่างเหมาะสม ก็ถือว่าเป็นการสร้างคนที่จะทาให้เด็กมีความสามารถมากขึ้นอีกทั้งยังรู้จักบริหารเวลาได้รู้จักการเรียนรู้ว่าเวลาเป็นสิ่งมีค่าและไม่ละทิ้งหน้าที่หลักของตัวเองคือการเป็นนักเรียน สิ่งที่นักเรียนต้องไปเล่นต้องไปแสดงกิจกรรมต่าง ๆ นั้นทุกอย่างต้องมีการฝึกซ้อมและการฝึกซ้อมก็คือการสร้างคนสร้างวินัยให้เด็กนักเรียนของเราจึงประสบความสาเร็จในการทางานการเป็นนักกีฬาและกิจกรรมอื่น ๆอีกทั้งยังมีผลการเรียนที่ดีอีกด้วย ภาษาอังกฤษในการสอนขอ

สารสาสน์ภาษาถือว่าสาคัญและเป็นเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งอย่างแท้จริง การเรียนภาษา การทากิจกรรมให้กับผู้ปกครองที่สนับสนุนให้ลูกมีความสามารถทางเลือกของกิจกรรมและการเรียนทางด้านภาษา เราเข้าใจพ่อแม่ทุกคนว่าต้องการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสาหรับลูกการเลือกโรงเรียนก็เป็นส่วนสาคัญมากในชีวิตของเด็กการเลือกโรงเรียนที่ดีย่อมส่งผลโดยตรงกับการวางอนาคตที่ดีให้กับลูกโรงเรียนที่ดีจะต้องเป็นโรงเรียนที่มีการจัดการศึกษาที่ดีสามารถตอบสนองต่อโลกปัจจุบัน เช่น ภาษา ทักษะ ไอที มีระบบการจัดการในการดูแลเอาใจใส่นักเรียนได้ดี สารสาสน์เรามีการอภิบาลเพราะการจัดการศึกษาให้กับเด็กไม่ใช่เพียงแค่การเรียนการสอนเท่านั้นแต่ต้องมีการอบรมให้ตั้งมั่นอยู่ในการทาความดี ตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านให้กับ คนไทยไว้ยึดหลักที่โรงเรียนสารสาสน์ใช้ทุกวันนี้ คือ การให้การศึกษาที่ดีจะต้องอบรมนักเรียนให้เป็นคนดีด้วย เช่นคากล่าวที่ว่า สอนความรู้ อบรมความดี ดังนั้นถ้าท่านจะเลือกโรงเรียนขอให้ท่านเลือกโรงเรียนที่มีแนวคิดในการจัดการศึกษาที่สามารถทาให้ลูกของท่านอยู่ในโลกปัจจุบันได้ มีความต้องการในเรื่องของภาษาเราจึงต้องเตรียมนักเรียนให้พร้อมกับโลกอนาคตการศึกษาที่มีความพร้อมในเรื่องของภาษา และบวกกับเทคโนโลยีในสมัยปัจจุบันเป็นของขวัญชิ้นสาคัญที่ทางโรงเรียนได้มอบให้กับนักเรียนและเป็นของขวัญที่ติดตัวนักเรียนไปโดยตลอดซึ่งนักเรียนจะได้ใช้ของขวัญชิ้นนี้สาหรับการระลึกถึงว่า เป็นของขวัญชิ้นสาคัญที่ทางโรงเรียนและครูได้มอบให้สาหรับนักเรียนจะได้นาไปใช้เมื่อเขาโตขึ้นไปตลอดชีวิต

อีกประการหนึ่งที่สาคัญในการที่นักเรียนมีโอกาสได้ทากิจกรรมภายนอกโรงเรียนถือเป็นประสบการณ์ที่มีค่าก็จริงแต่สิ่งที่มีค่าเหนือกว่าประสบการณ์คือทาอย่างไรให้นักเรียนรักษาการเรียนประจาวันมีความรับผิดชอบในการเรียนให้สาเร็จลุล่วงใช้เวลาว่างได้อย่างมีคุณค่าและดารงตนในฐานะเป็นนักเรียนได้ตลอดรอดฝั่งนั่นต่างหากเป็นสิ่งที่ทาให้ประสบการณ์สร้างความสาเร็จได้อย่างแท้จริง

ระบบการทางานและการวัดผลเป็นไปตามนโยบายทางานอย่างเป็นระบบแบ่งหน้าที่แต่ละคนแต่ละแผนกในหน่วยงานในด้านการบริหารวัดผลรายบุคคลของนักเรียนในการใช้ภาษาอังกฤษพบว่าเด็กสามารถสื่อสารได้ฟังรู้เรื่องเพราะว่าในระบบการศึกษาจะมุ่งเน้นให้เด็กต้องพูดภาษาอังกฤษได้คือได้พูดภาษาอังกฤษจริง ๆยิ่งใช้ทุกวันยิ่งดี จัดระบบแต่ละวันเป็น English Zone เน้นภาษาอังกฤษเพื่อกระตุ้นการพัฒนาและการใช้ภาษามีระบบการสอนให้เด็กใช้ Conversation ในชีวิตประจาวันเรามีระบบ วิธีว่าครูจะต้องสอน Conversation อย่างไรทาให้เด็กพูดซ้าย้าทวนในทุกเช้าทุกวิชา

ท่านประธานอานวยการเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ทางด้านการศึกษาเป็นคนมุ่งมั่นมากสิ่งที่ท่านพูดเสมอ คือ การจัดการศึกษาที่ดีเราต้องรับผิดชอบในเมื่อเรารับอาสาที่จะจัดการศึกษาเราก็ต้องทาแบบคนที่มีความรับผิดชอบเด็กนักเรียนต้องมีคุณภาพการเรียนสองภาษามีหลักการสอนมีวิธีใช้อย่างให้เด็กพูดภาษาอังกฤษครูก็ต้องมีการสื่อสารที่ดี มีการสอนที่ดี สื่อสาคัญที่สุดประการแรก คือ ตัวของคุณครูต้องมีศักยภาพมีความรู้

ความสามารถในการถ่ายทอดจะต้องเข้าใจผู้เรียนด้วยว่า อายุเด็กเท่าไหร่ คุณครูพูดกับเด็กอนุบาลอย่างไรใช้คาศัพท์ง่ายๆตอบ ภาษาอังกฤษประถม-มัธยม ใช้สื่อการสอนที่ผ่านทางทีวีสอน สื่อจริงและมีการสัมผัส จับต้องได้ซึ่งเรียนรู้จากการปฏิบัติและพูดได้ทุกวันครูก็จะต้องหัดพูดได้ เด็ก ๆได้ฝึกพูดด้วยการสัมผัสด้วยตัวเองคือการที่เราจะทาให้เด็กได้อย่างที่เราต้องการ เราต้องทาให้เหมือนเด็กอันนี้คือหัวใจสาคัญเลย เราจึงมีการพัฒนาครูอยู่อย่างสม่าเสมอ ครูสารสาสน์ที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษกับเด็กครูที่ต้องสามารถสื่อสารกับเด็กได้พูดได้ เราต้องมีการพัฒนาครูเพื่อให้เกิดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพและมีครูต่างชาติที่นักเรียนสามารถเรียนรู้และพูดได้กับเจ้าของภาษา จากนโยบายของท่านประธาน การทางานของเราจึงยึดถือปฏิบัติเพราะเป็นแนวทางการสอนที่ทาได้จริง เห็นผลจริง คนเป็นครูจึงเป็นครูตลอดเวลา ตั้งแต่หัวจรดเท้า เดิน ยืน นั่ง นอน การแต่งกาย เพราะเราต้องพบปะผู้ปกครอง คนในสังคม นักเรียน ทั้งภายใน และภายนอกโรงเรียน พูดได้ว่าต้องพร้อมเสมอ ความรู้ ศีลธรรม จรรยามารยาท จรรยาบรรณวิชาชีพ

วันที่ 16 มกราคม ถือเป็นวันครูแห่งชาติและหยุดให้ศิษย์ได้ราลึกถึงพระคุณและความสาคัญของครูที่มีหน้าที่เอาใจใส่ศิษย์ทั้งการเรียนและความประพฤติทั้งการสอนวิชาการและการอบรมบ่มนิสัยให้เป็นคนดีมีกิริยามารยาท มีจรรยา มีศีลธรรมประจาใจ ดังนั้นครูจึงต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ใฝ่เรียนรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีรู้จักระมัดระวังตนวางตัวเหมาะสมระหว่างศิษย์กับครูมีความรักอภิบาลศิษย์ด้วยใจเมตตาและเมื่อต้องทาหน้าที่ให้คาปรึกษาช่วยเหลือครูก็ต้องเก็บความลับไม่นาเรื่องของศิษย์มาประจานควรปฏิบัติตนครบถ้วนตามจรรยาบรรณวิชาชีพครูเมื่อพิจารณาหน้าที่และคุณสมบัติครูมีความดีหลายประการแต่สรุปได้ 3 ประการ คือ ครูที่มีความประพฤติดี มีความรู้ดี เป็นแบบอย่างที่ดี ครูมีความสาคัญต่ออนาคตของศิษย์ และครูก็เป็นส่วนสาคัญของโรงเรียน โรงเรียนที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจากผู้ปกครองก็เพราะมีครูดี ครูคือตัวชี้วัดคุณภาพของโรงเรียนนั้น ๆ ครูที่ดีจึงมีคุณภาพ ถ้าโรงเรียนนั้นมีครูที่ไม่ดีไม่มีคุณภาพโรงเรียนก็จะลดคุณภาพลง ฉุดคุณภาพของโรงเรียนลงครูดีจึงทาให้โรงเรียนเจริญรุ่งเรือง

เรื่องราว จากครูสอนภาษาอังกฤษ ครูที่ทางานด้วยหัวใจและมีความรักในความเป็นครูเป็นทั้งครูและผู้บริหารที่มีใจมุ่งมั่นเพื่อพัฒนาให้นักเรียนที่จบออกมามีคุณภาพทางด้านวิชาการและความสามารถพิเศษพร้อมที่จะก้าวสู่เส้นทางการศึกษาในอนาคตแล้ว อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป นักเรียนที่เรียนไม่เก่ง ก็ไม่ใช่จะไม่ประสบความสาเร็จ ส่วนนักเรียนที่เรียนเก่ง ก็ใช่จะประสบความสาเร็จเสมอไป นักเรียนเกเรมักจะคิดถึงครูเสมอ เพราะความใกล้ชิด เคี่ยวเข็ญ นักเรียนที่ดี ครูก็ต้องไม่ละทิ้งและให้เขานึกถึง ครู อาจจะไม่ใกล้ชิดก็ตามเพราะไม่ถูกเคี่ยวเข็ญ สมัยก่อนเรามักได้ยินคาว่า ครู เปรียบเหมือน “เรือจ้าง” คอยพายส่งศิษย์ ให้ถึงฝั่ง แต่มาวันนี้ด้วยยุคสมัยและโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สังคมปัจจุบัน จึงเปรียบครู คือ ผู้ให้ความรู้และปลูกฝังจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ สร้างคนให้เป็นมนุษย์ นั่นเอง


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การเตรียมความพร้อมสู่ความเป็นครู

  นางสาวประนอม   แสงพิรุณ   “ครู ” เป็นวิชาชีพที่มีบทบาทและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสังคมและประเทศชาติ ในการพัฒนาเยาวชนและคนในสังคมให้มีคุณภาพ...