นางสาวสุนันทา ซาอุรัมย์
"การเตรียมพร้อมสู่ความเป็นครู"
ความเป็นครู
การเป็นครูไม่ใช่แค่รู้ว่าวันครูคือวันที่
๑๖ มกราคม แต่ความเป็นครูนั้นเปรียบได้กับดอกกล้วยไม้ต้องใช้เวลานาน ต้องดูแลเอาใจใส่เราจึงจะเห็นดอกกล้วยไม้การผลิตบุคคลในวิชาชีพครูยิ่งต้องสร้างให้งดงามมากให้เขาเข้าใจความเป็นครูและความเป็นครูนั้นไม่เพียงแต่จะต้องมีความรู้ทางวิชาการเพื่อจะสอนนักเรียนเท่านั้น
แต่ครูยังจะต้องเป็นผู้ช่วยนักเรียนให้พัฒนาทางด้านสติปัญญา บุคลิกภาพ อารมณ์ และสังคมด้วย ดังนั้นครูต้องเป็นผู้ให้ความอบอุ่นแก่นักเรียน
เพื่อนักเรียนจะได้มีความเชื่อและไว้ใจครู พร้อมที่จะพบครูเวลาที่มีปัญหา
นอกจากนี้ครูจะต้องเป็นต้นฉบับที่ดีแก่นักเรียน
ถ้าหากจะถามนักเรียนตั่งแต่ชั้นประถม จนถึงนิสิตนักศึกษาขั้นมหาวิทยาลัย ว่ามีใครบ้างในชีวิตของนักเรียนที่นักเรียนยึดถือเป็นต้นฉบับ
นักเรียนส่วนมากจะมีครูอยู่อย่างน้อยหนึ่งคนเป็นต้นฉบับหรือตัวแบบและนักเรียนจะยอมรับค่านิยมและอุดมการณ์ของครู
เพื่อเป็นหลักของชีวิต อิทธิพลของครูที่นักเรียนยึดเป็นต้นฉบับจะติดตามไปตลอดชีวิต
ครูควรที่จะพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา
หากครูไม่ได้พัฒนาอย่างจริงจังแล้ว
การเรียนรู้ก็จะไม่เกิดขึ้นและครูก็จะสอนอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถจัดกิจกรรมที่จะสร้างเสริมพัฒนาการเด็กใน
ทุก
ๆ ด้านได้ และไม่เทียบทันการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เด็กพบเจอภายนอกห้องเรียนได้เช่นกัน ถ้ายังคงเป็นเช่นนี้อยู่ ในไม่ช้าโรงเรียนก็จะเป็นเพียงแค่สถานที่เลี้ยงเด็ก มากกว่าที่จะเป็นสถานที่ที่จะบ่มเพาะความเป็นคนที่สมบูรณ์ให้กับเขาเหล่านั้น
หรืออย่างดีขึ้นมาหน่อยตามที่ใครต่อใครมองกันก็คือ โรงเรียนเป็นสถานที่ ที่เด็กได้เรียนรู้ และมีผู้ใหญ่เป็นผู้สอน อาชีพครูจึงประกอบด้วยคน 2 ประเภท คือผู้ที่รักอาชีพครู
และต้องการเป็นครูจริง ๆ และผู้ที่ต้องเป็นครูด้วยความจำใจ
ครูประเภทนี้บางคนได้พบว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่มีรางวันในใจที่ได้ช่วยเหลือนักเรียนให้เรียนรู้หรือเปลี่ยนพฤติกรรม ช่วยให้นักเรียนมีพัฒนาการทั้งด้านสติปัญญาและบุคลิกภาพ จึงทำให้รู้สึกว่าเลือกอาชีพที่ถูกแล้ว แต่ครูบางคนมีความรู้สึกว่าตนเลือกอาชีพผิดและต้องทนอยู่เพราะอยากมีงานทำและอยากมีเงินใช้แต่ไม่มีความสุข
ครูประเภทนี้มีอันตรายเปรียบเสมือนฆาตกรนักเรียนทางด้านจิตใจอย่างเลือดเย็น ทำให้นักเรียนมีความรู้สึกต่ำต้อยและคิดว่าชีวิตของตนไม่มีค่า
เป็นบุคคลที่ไม่มีประโยชน์
ไม่มีความสามารถและอาจจะต้องออกจากโรงเรียนด้วยการเรียนไม่สำเร็จ มีชีวิตที่ประสบความผิดหวัง ไม่สามารถที่จะมีชีวิตที่ก้าวหน้าได้โดยครูเองก็ไม่ทราบ
ครูเปรียบเสมือนนักศิลปินที่ปั้นรูป
เพราะครูทุกคนมีส่วนในการพัฒนาบุคลิกภาพของนักเรียน
แต่ผลงานของครูไม่เหมือนกับประติมากรที่พองามแต่ละชิ้นสำเร็จก็เห็นผลงาน อาจจะตั้งให้ชมได้ หรือถ้าไม่ชอบอาจจะแก้ไขเพิ่มเติมได้ ส่วนครูนั้นจะต้องรอจนนักเรียนกลับมาบอกครูว่าครูได้ช่วยเขาอย่างไร หรือมีอิทธิพลต่อชีวิตเขาอย่างไร และบางครั้งต้องรอก็เป็นการเสียเวลา
การสอนที่ดีนั้นมิใช่หมายเพียงแค่เทคนิคการสอน แต่การสอนที่ดีจะต้องออกมาจากอัตลักษณ์และจรรยาบรรณของความเป็นครูจากภายในจิตใจของผู้ที่รักในอาชีพครูและเสียสละได้เพื่อนักเรียนและโรงเรียน สิ่งที่เราต้องการในตัวครู
คือ ความเป็นครูด้วยหัวใจ (A teacher at
heart) ความเป็นครูด้วยหัวใจนั้นหมายถึง การให้ความรักกับนักเรียน รักที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอรวมถึงรักในชีวิตการสอนนักเรียนแม้ว่าธรรมชาติของการเป็นครูจะไม่ต่างจากการทำงานในอาชีพอื่น
ๆ ที่จะต้องพบกับทั้งความสุขความสมหวังและความผิดหวัง ความรู้สึกหดหู่ใจ คุณภาพการสอนของครูจะมาจากภายในจิตใจของครู ดังนั้นการรู้จักตนเองของครูจึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับทุกคนที่ปรารถนาเป็นครูที่ดีการเป็นครูมิใช่เป็นเรื่องง่าย ครูจะมองเพียงแค่ ตนจะได้อะไรจากความเป็นครู
จะได้อะไรจากเด็ก จากผู้ปกครอง เท่านั้น คงไม่ใช่แต่ครูต้องมองในทางกลับกันว่าครูจะให้อะไรกับเด็กจะให้อะไรกับผู้ปกครองและชุมชน เมื่อใดที่ครูได้รู้จักสังเกตตั้งคำถามรู้จักที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงสะท้อนความคิดและผลิตวิธีการใหม่ๆ ซึ่งมีผลกับนักเรียน นักเรียนก็จะเรียนรู้ด้วยความมีชีวิตชีวา เมื่อใดที่ครูหยุดการพัฒนาและหยุดแสวงหาวิธีการ และแนวทางใหม่ๆ ในการจัดการการเรียนรู้เด็ก
ๆ ก็จะหยุดพัฒนาเช่นเดียวกัน
ดังนั้น เมื่อคุณคิดว่าคุณมีความพร้อมทั้งความรู้ความสามารถ ความรักในวิชาชีพ ความรักและความเมตตานักเรียน พร้อมที่จะพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลาให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในขณะเดียวกันกับการอนุรักษ์สิ่งที่มีคุณค่าไว้ คุณก็จะเป็นครูที่ดีได้


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น