"การเตรียมพร้อมสู่ความเป็นครู"
อาชีพครู
เป็นอาชีพที่มีมาตั้งแต่โบราณ ครูคือผู้ที่อบรมสั่งสอน ในศาสตร์ต่างๆ
ถ่ายทอดวิชาความรู้และประสบการณ์ให้แก่ศิษย์ เพื่อให้ดำรงชีวิตต่อไปแบบมีแนวทางแบบแผน
อาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง
เป็นอาชีพที่ทรงเกียรติ
มีวิทยฐานะ ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จากคุรุสภา เป็นที่ยอมรับนับถือในสังคม
การเตรียมพร้อมสู่ความเป็นครู คือการ ตัวตัวสู่อาชีพครู
ที่มาพร้อมกับภาระหน้าที่รับผิดชอบใหญ่หลวง ดังนั้น
ต้องมีการเตรียมการพร้อมล่วงหน้าสู่อาชีพครู เพื่อที่จะเป็นครูมืออาชีพ หรือแค่
ผู้มีอาชีพครู
ครูมืออาชีพ ตามความหมายของกรมวิชาการ
ได้ให้ความหมายไว้ว่า คือครูที่มีความพร้อมในทุก ๆ ด้านที่จะเป็นครู คือ
มีความรู้ความสามารถ มีทักษะในการให้การศึกษาอบรมศิษย์ในทุก ๆ ด้าน
มีความประพฤติดี วางตัวดี เอาใจใส่ดูแลศิษย์ดี มีวิญญาณของความเป็นครู
และปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตวิญญาณ ซึ่งจากความหมายนี้ เราจะเห็นได้ว่า
ระดับของครูมืออาชีพนั้น แตกต่างจากระดับคนที่ประกอบอาชีพครูอยู่พอสมควร
ครูทุกคนถึงแม้จะมีความรู้ทางวิชาชีพทัดเทียมกัน
เพราะส่วนใหญ่ต่างจบจากสถาบันผลิตครูเหมือนๆกัน
หรือจะแตกต่างกันบ้างก็ตรงชื่อของมหาวิทยาลัยที่เรียนจบ
แต่เมื่อผ่านการคัดเลือกเข้ามาบรรจุครูในสถานศึกษาของรัฐหรือได้ทำงานในสถานศึกษาของเอกชน
ครูทุกคนก็มีจุดเริ่มต้นในการทำงานที่แทบจะไม่ต่างกัน แต่อะไรเล่า?
ที่เป็นตัววัดว่า ใครคือผู้ประกอบอาชีพครูธรรมดาๆ
และใครควรจะถูกเรียกว่าเป็นครูมืออาชีพ
สิ่งที่ทำให้ครูมืออาชีพ
แตกต่างจากผู้ประกอบอาชีพครูโดยทั่วไปนั้น
คือการสามารถปฏิบัติตนให้ดำรงไว้ซึ่งปัจจัยที่ส่งเสริมความเป็นครูที่ดี 4 ประการ อันได้แก่
1. อุดมการณ์ของครูสำหรับครูมืออาชีพ
จะเน้นในเรื่องในของการดำรงไว้ซึ่งอุดมการณ์ความเป็นครูมากกว่าจะคำนึงถึงอามิสสินจ้าง
โดยพร้อมแสดงความเมตตากรุณาต่อศิษย์
เสียสละและมุงมั่นในการทำงานเพื่อเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มศักยภาพตามความสามารถที่ตัวเองพึงกระทำได้
2. คุณลักษณะของการเป็นครูที่ดี ครูมืออาชีพส่วนใหญ่จะมีลักษณะของการเป็นครูที่ดี
ซึ่งการเป็นครูที่ดีนั้น
ถ้ามองตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพแล้วจะสามารถสรุปได้คร่าวดังนี้ คือ
-
ต้องเป็นผู้รอบรู้ในเรื่องของนโยบายการศึกษา เข้าใจในหลักสูตรและเนื้อหาวิชาที่สอน
มีทักษะในการสอน วัดและประเมินผลผู้เรียนได้อย่างถูกต้อง
-
ติดตามสถานการณ์บ้านเมืองอย่างสม่ำเสมอ สามารถจับประเด็นและวิเคราะห์ปัญหาต่างๆได้
- สามารถสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนการสอน
ทั้งในเรื่องของการดูแลผู้เรียน การจัดการสื่อการเรียนการสอน
และการช่วยเหลืองานสนับสนุนการจัดการในโรงเรียนต่างๆ เช่น งานพัสดุ หรืองานธุรการ
เป็นต้น
-
มีคุณธรรมจริยธรรมตามหลักของจรรยาบรรณวิชาชีพ
-
รู้จักพัฒนาตนเองและส่งเสริมชุมชนอยู่เสมอ
ซึ่งจากคุณลักษณะการเป็นครูที่ดี
โดยสังคราะห์จากเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ
จะเห็นว่าครูมืออาชีพนั้นจะต้องเป็นปฏิบัติดีทั้งต่อตัวเอง ผู้เรียน โรงเรียน
รวมไปถึงชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงด้วย
3. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปัจจุบันนี้
อาชีพครูกลายเป็นอาชีพหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงในเรื่องของหนี้สิน
ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง
ถึงแม้ว่าครูจะไม่ใช่อาชีพที่ทำรายได้ในระดับที่สูงมากนัก
แต่รายได้ของครูก็เพียงพอต่อการใช้สอย ถ้ามีความพอเพียงและสามารถบริหารจัดการได้ดี
การมีหนี้สิน ถ้าอยู่ในระดับที่ดูแลจัดการได้นั้น
ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นปัญหาแต่อย่างใด
แต่ส่วนใหญ่ที่พบมักเป็นลักษณะของการมีหนี้สินติดพันรุงรังจนกระทบต่อการทำงาน
ทำให้ครูไม่อาจทำงานได้เต็มที่ กังวลกับเรื่องหนี้สินตลอดเวลา ซึ่งสำหรับครูมืออาชีพนั้น
จะเป็นผู้ที่หยิบยกแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาใช้ในการดำเนินชีวิตคือ
พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง
ทำให้สามารถใช้ชีวิตในวิชาชีพครูได้เป็นแบบอย่างที่ดีและมีความสุข
4. คุณธรรมที่ใช้ในการปฏิบัติงานการเป็นครูมืออาชีพ
จะต้องยึดถือคุณธรรมในการทำงาน ซึ่งคุณธรรมในการประกอบวิชาชีพครูนั้น
ตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ จะประกอบด้วย (1) ความมีเมตตากรุณาต่อศิษย์ (2) มีความยุติธรรม (3) มีความรับผิดชอบ (4)
มีวินัย (5) ขยันขันแข็ง (6) อดทน (7) ประหยัด (8) รักและศรัทธาในวิชาชีพครู (9)
มีความเป็นประชาธิปไตยในการปฏิบัติงานและการดำรงชีวิต
แนวทางในการฝึกฝนและพัฒนาตนเองเพื่อก้าวสู่ความเป็นครูมืออาชีพได้
จึงนำมาเรียบเรียงใหม่ให้เหมาะสม ซึ่งสามารถสรุปได้เป็นแนวทาง ดังนี้
ผู้สอนควรปฏิบัติตนให้มีความเหมาะสมตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของของบุคคลทั่วไป ควรศึกษาแนวทางการจัดการศึกษาของชาติ
ตามนโยบายต่างๆ ของทางกระทรวงศึกษาธิการ
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม ต้องศึกษากฎหมายและหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา
เพื่อให้สามารถออกแบบกระบวนการเรียนรู้อย่างเหมาะสม
ทำความรู้จักผู้เรียน
เพื่อให้ทราบถึงอุปนิสัยใจคอ จุดเด่น และจุดที่ต้องพัฒนาเรียน สามารถ
วิเคราะผู้เรียนเป็นรายบุคคลได้ ซึ่งข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้ จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
เน้นทักษะการปฏิบัติ
เพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดความเข้าใจและสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตัวเอง
โดยครูทำหน้าที่เป็นผู้แนะแนวทางและให้คำปรึกษามากกว่าเป็นผู้ชี้นำในการเรียนการสอน
ควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีการบูรณาการแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้
ในส่วนของเนื้อหาที่สัมพันธ์กัน
เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีความคิดเชื่อมโยงและสามารถนำความรู้ไปใช้ได้ในชีวิตจริง เลือกใช้วิธีการวัดผลการเรียนรู้อย่างหลากหลายตามสภาพที่เหมาะสมของผู้เรียน
เพื่อให้ทราบถึงผลลัพธ์ที่ถูกต้องและแม่นยำ
เลือกจัดกิจกรรมหรือโครงการที่เน้นให้ผู้เรียนให้เกิดความรู้
ทักษะ
หรือคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางและหลักสูตรสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง
ควรมีการอบรมพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
และใช้การวิจัยในชั้นเรียนเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมและแก้ไขปัญหาต่างๆของผู้เรียนหมั่นศึกษาและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
ควรร่วมกิจกรรมการฝึกอบรมหรือกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนครูทั้งในและนอกโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง
ฝึกฝนทักษะในการใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ พัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีกับบุคคลอื่น
สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
จากแนวทางในการฝึกฝนเพื่อก้าวสู่การเป็นครูมืออาชีพนี้
จะเห็นได้ว่า
ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยที่จะสามารถดำเนินการให้ถึงเป้าหมายได้ในเร็ววัน
ครูผู้สอนทุกคนจำเป็นต้องฝึกฝนและพัฒนาตัวเองในด้านต่างๆอยู่ตลอดเวลาและสม่ำเสมอ
เพื่อให้สามารถเติบโตไปที่ละขั้น ซึ่งต้องใช้เวลาและประสบการณ์พอสมควร
แต่อย่างไรก็ดี การเริ่มต้นนับหนึ่ง ก็นับว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญ
อันจะแสดงให้เห็นว่า เราพร้อมที่จะก้าวขึ้นไปเป็นครูมืออาชีพแล้ว
และถึงแม้ว่าหนทางจะอีกยาวไกลและเต็มไปด้วยอุปสรรคจากทั้งภายในและภายนอกมากมาย
แต่ผมก็หวังว่าครูทุกท่านจะมุ่งมั่นกับการเดินตามเป้าหมายในการเป็นครูมืออาชีพนี้
เพื่อประโยชน์ของตัวครูเองและของผู้เรียนในภายภาคหน้าต่อไป


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น