วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

การเตรียมความพร้อมสู่ความเป็นครู

 นางสาวประนอม  แสงพิรุณ




 

“ครูเป็นวิชาชีพที่มีบทบาทและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสังคมและประเทศชาติ ในการพัฒนาเยาวชนและคนในสังคมให้มีคุณภาพ เป็นวิชาชีพที่มีเกียรติน่ายกย่อง ครูที่ดีจะต้องมีจิตวิญญาณของความเป็นครู เป็นผู้ทรงความรู้ในเนื้อหาที่ต้องถ่ายทอดสู่ผู้เรียนและยังต้องจัดการเรียนการสอนได้อย่างเป็นระบบ มุ่งพัฒนาเยาวชนให้เป็นผู้ใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต เช่น ทักษะการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์ ทักษะการสื่อสาร และทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น เพื่อพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า ครูจะต้องมีความเสียสละ เอาใจใส่เพื่อความเจริญของศิษย์ ประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกศิษย์ มีความพอใจในความเป็นอยู่ไม่หวั่นไหวต่อลาภยศหรือความสะดวกสบายและครูต้องทำหน้าที่สอนให้ศิษย์เกิดความรู้ และมีคุณธรรมจริยธรรมที่ดี นำประโยชน์ให้แก่สังคมได้ในอนาคต ตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ 5 ด้าน 9 ข้อ ที่ครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องจำขึ้นใจเพราะเป็นมาตรฐานความประพฤติที่ผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องปฏิบัติเพื่อผดุงเกียรติและสถานะของวิชาชีพ

        เส้นทางการเป็นครูไม่ใช่เรื่องง่ายและมักจะพบกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ มากมาย เนื่องจากไม่ได้เรียนมาทางสายการศึกษาแต่เรียนสายอาชีพมาโดยตลอดตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จนถึงระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาวิชาการเลขานุการ เมื่อสามสิบกว่าปีที่ผ่านมา หลังจากจบการศึกษาจึงได้ทำงานในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในตำแหน่งครูผู้สอน ในสมัยนั้นการทดลองงานใช้เวลาเกือบปี กว่าจะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้เป็นครู โดยเข้ารับสวัสดิการกองทุนสงเคราะห์ครูและครูใหญ่โรงเรียนเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) การสอนในระยะแรกค่อนข้างมีปัญหามากเนื่องจากขาดทักษะและประสบการณ์ในการสอน ทำให้การถ่ายทอดความรู้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ได้พยายามฝึกฝนตนเองและสอบถามจากเพื่อนครูในสาขาวิชาเดียวกัน ได้รับคำแนะนำจากคณะกรรมการนิเทศการสอน ซึ่งจะทำการนิเทศครูภาคเรียนละสองครั้ง โดยแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเพียงครั้งแรกเท่านั้น คณะกรรมการนิเทศจะแจ้งผลให้ทราบภายหลังการนิเทศพร้อมข้อเสนอแนะ และได้มีโอกาสไปนั่งดูการสอนจากครูที่สอนดี แล้วนำเทคนิคมาปรับใช้ ในขณะเดียวกันคิดว่าการเป็นครูต้องเป็นคนที่มีความรู้กว้างและทันต่อเหตุการณ์จึงจะสามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เรียนได้ เมื่อมีโอกาสจะพัฒนาตนเองโดยการศึกษาหาความรู้อยู่เสมอจากตำราเรียนหรือเอกสารประกอบต่างๆ ความรู้ในเว็บไซต์บ้าง เข้าร่วมประชุม อบรมสัมมนา ศึกษาดูงาน ให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญมากขึ้น ตลอดจนพัฒนาตัวเองในด้านคุณวุฒิโดยเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี สาขาวิชาการจัดการ จนสำเร็จการศึกษา อีกทั้งได้รับมอบหมายงานให้ดูแลด้านความประพฤตินักเรียน/นักศึกษาประจำฝ่ายกิจการนักศึกษา ซึ่งทำให้ได้ศึกษาพฤติกรรมของนักเรียน/นักศึกษามากขึ้น และนำเรื่องจิตวิทยามาปรับใช้กับนักเรียน/นักศึกษาในแต่ละคนได้  

ความเป็นครูเริ่มสมบูรณ์แบบมากขึ้น เมื่อคณะกรรมการคุรุสภาได้ออกข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2547 โดยให้ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ขึ้นทะเบียนการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และได้ศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) เป็นระยะเวลาหนึ่งปี เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักสูตรการศึกษามากยิ่งขึ้นและนำไปประกอบการขอต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทุกๆ ห้าปี ซึ่งในระยะเวลาดังกล่าว “ครู” จะต้องพัฒนาตนเองตลอดเวลาโดยการศึกษาดูงาน เข้าอบรม ประชุมสัมมนาที่สอดคล้องกับการปฏิบัติงาน

 “ครู” ต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากโลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในด้านการเรียนการสอนจะใช้การสังเกตพฤติกรรมกลุ่มของผู้เรียน เพื่อนำไปปรับใช้ในการเรียนการสอนและให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติมากขึ้น เน้นการใช้สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน และในขณะเดียวกันความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทกับคนมากขึ้นการเรียนการสอนในห้องเรียนอย่างเดียวจึงมิใช่คำตอบ และ “ครู” จะต้องมีความรู้และเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือสื่อสาร และเป็นเพียงผู้ให้คำชี้แนะในการเรียนการสอน ในขณะที่ผู้เรียนต้องมีทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมมากยิ่งขึ้น

การเตรียมตัว เพื่อการเป็นครูดี

 

การเตรียมตัว เพื่อการเป็นครูดี


นางสาวเจนจิรา  พลราชม 

       ทำไม ? จึงมีครูถอดใจในช่วงปีแรกของชีวิตการเป็นครู นั่นเป็นเพราะภารกิจของครูเป็นเรื่องของการสื่อสารความคิดที่ซับซ้อนกับผู้อื่น และการศึกษา ความตั้งใจความฉลาด ความกระตือรือร้นจะไม่ช่วยให้มีทักษะนี้โดยอัตโนมัติ ทุกอย่างต้องการการฝึกฝน            

       ตอนเรียนครู อาจารย์อยู่ข้างเราคอยช่วยลุ้นให้เราประสบความสำเร็จในการเรียนแต่ตอนทำหน้าที่ครู นักเรียนไม่แคร์ไม่สนใจด้วยซ้ำไปว่าเราจะประสบความสำเร็จหรือไม่ บางคนถึงกับแกล้งให้ครูล้มเหลวด้วยซ้ำ ตอนเป็นนักศึกษาเพื่อนชมความฉลาดของเรา ชมว่าเราสอนเก่งทำใบงานดี แต่ตอนเป็นครูนักเรียนอาจไม่สนใจเรียนเลย การสอนที่ได้ผลเป็นเรื่องของจิตวิทยามากกว่าการเรียนการสอน ดังคำบอกจากศิษย์คนหนึ่งที่เคยกล่าวว่าครูสามารถกำหนดให้นักเรียนนั่งถือหนังสือห่วยๆ ได้ทั้งวัน แต่จะไม่มีวันบังคับให้นักเรียนอ่านหนังสือนั้นได้” คือการเรียนนั้นบังคับไม่ได้ เป็นความสมัครใจ ยินดีทำของนักเรียนเอง ครูต้องมีวิธีการใช้จิตวิทยาให้เกิดความอยากเรียน ไม่ใช่บังคับให้เรียนฉะนั้นครูต้องเตรียมตัวล่วงหน้า 2-3 สัปดาห์ ก่อนเปิดภาคเรียนต้องมีการเตรียมห้องเรียน

        ครูจึงต้องหาวิธีสร้างความเชื่อมั่นในตัวนักเรียนต่อความสำเร็จในการเรียนต้องมีวิธีลบล้างความท้อแท้สิ้นหวังต่อการเรียนในตัวนักเรียน สร้างแรงบันดาลใจความมุ่งมั่นในการเรียนและชีวิตในอนาคต นี่คือสุดยอดหน้าที่ของครู

       บุคลิกส่วนหนึ่งเกิดจากการแต่งกาย ครูต้องแต่งกายดีเรียบร้อย แต่งตัวพอดีไม่มากไม่น้อยเกินไป และแต่งให้ถูกกาลเทศะเพื่อสร้างบรรยากาศในห้องเรียน เช่น แต่งชุดพละในวันกีฬานักเรียน ครูต้องสร้างความเชื่อมั่นในความรู้สึกของศิษย์ว่าเป็นครูคนนี้เป็นครูเพื่อศิษย์ ซึ่งไม่ใช่สร้างด้วยวาจา แต่สร้างด้วยการกระทำ แล้วนักเรียนจะไว้ใจและร่วมมือในการทำกิจกรรมในชั้นเรียน เรื่องสำคัญยิ่งตั้งแต่วันแรก และตลอดไป คือทำให้วินัยมีความหมายเชิงบวก เป็นวินัยเพื่อนักเรียน ไม่ใช่วินัยเพื่อครู ให้นักเรียนร่วมกันกำหนดว่าเพื่อให้การเรียนรู้ของชั้นเรียนดำเนินไปได้อย่างดี  ควรมีข้อกำหนดหรือข้อห้ามอะไรบ้าง เป็นข้อตกลงร่วมกัน ไม่ใช่ข้อกำหนดของครู แต่ครูก็ต้องกำหนดกติกาของครูด้วยซึ่งต้องพิจารณาตามช่วงชั้นของนักเรียน นักเรียนเล็กกับนักเรียนวัยรุ่นต่างกันมาก ครูต้องปฏิบัติต่อนักเรียนอย่างเคารพรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนตามพัฒนาการของนักเรียน ต้องมีข้อตกลงว่า เมื่อครูถามนักเรียนที่ต้องการตอบต้องยกมือก่อน ให้ครูชี้ตัวจึงจะตอบได้ ไม่ใช่ตะโกนตอบทันที หรือจะให้นักเรียนตะโกนตอบทันที พร้อมกันกี่คนก็ได้ ครูต้องแยกตัวนักเรียนออกจากพฤติกรรมของนักเรียนคนนั้น เมื่อนักเรียนแสดงพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องครูต้องแสดงว่าโกรธ หรือรังเกียจพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องนั้น เพื่อพัฒนาตนเองครูต้องทำให้ศิษย์เข้าใจว่าการทำผิดไม่ใช่เรื่องถาวรเป็นเรื่องที่แก้ไขปรับปรุงตนเองได้เพื่อตนเอง และครูจะช่วยเหลือ
       หลักการอีกอย่างหนึ่งของครูคือ ควบคุมชั้นเรียน ไม่ใช่ควบคุมนักเรียน และควบคุมชั้นเรียนให้มีระเบียบ มีบรรยากาศน่าเรียน เพื่อประโยชน์ของนักเรียนไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของครู การจัดระเบียบหรือจัดการชั้นเรียนนี้มีรายละเอียดมากตั้งแต่ความสะอาดของห้องเรียน การจัดแถวโต๊ะของนักเรียนตำแหน่งโต๊ะทำงานและชั้นวางของของครู และตำแหน่งที่ครูยืนสอนอยู่หน้ากระดาน ต้องกำหนดไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ครูอยู่ในฐานะที่จะจัดการชั้นเรียนได้อย่างมีประสิทธิผลสูงสุด หลักการสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ครูยึดถือคือ สอนนักเรียนมากกว่าสอนวิชา และในการสอนวิชานั้น ต้องตระหนักว่ามีเป้าหมายเพื่อคุณค่า หรือการใช้ดำรงชีวิตของ

        หัวใจของบรรยากาศ และกติกาในชั้นเรียนคือความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างเพื่อนนักเรียนด้วยกัน และระหว่างนักเรียนกับครู พฤติกรรมที่เป็นการละเมิด  ถือว่าเป็นความผิด

วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

การพิจารณาหัวข้อวิทยานิพนธ์

 





การสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ (Covid - 19)

 









โครงการปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ บัณฑิตศึกษา

 




โครงการเตรียมความพร้อมเพื่อการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา

 










โครงการจิตอาสา นักศึกษา

 



ความเหนื่อยที่ ครูภูมิใจ

 
















การเตรียมพร้อมสู่ความเป็นครู

นางสาวภาชินี ศิลปภิรมย์สุข 





ในสมัยเด็กเกิดมาในตระกูลครู เพราะลุง พี่ชายของพ่อ น้องชายของพ่อ เป็นครูทุกคน และแต่งงานก็มีภรรยาเป็นครู มีลูกก็เป็นครู พี่ชาย พี่สาว ลูกของลุง ลูกของอา ประกอบอาชีพครูด้วยกันทั้งนั้น ยกเว้นพ่อของเราเองประกอบอาชีพอิสระ ชาวบ้านในหมู่บ้านจึงเรียก บ้านเราว่า “ตระกูลครู” จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เราเห็นอาชีพนี้มาโดยตลอด เหมือนซึมซับมาทางสายเลือด แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้ทา แต่ที่บ้านต่างอยากให้เป็นครู เพราะเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไปไหนมาไหน เขาก็มีแต่เรียก “ครู” ก็เคยเล่นเป็นครูนักเรียนมาตั้งแต่เล็ก ๆ ให้น้องเขียน ก ไก่ บวกเลข แล้วไปหาปากกาแดงมาตรวจ ให้คะแนน เหมือนครูที่โรงเรียน ซ้อมเขียนชื่อเป็นลายเซ็น คืออาจจะมีทัศนคติจากครูในชีวิตที่ได้รับสิ่งดี ๆจากครูของเราและเกิดการปลูกฝังว่านี่แหละเป็นต้นแบบของครูที่ดีก็เลยอยากเป็นครูดี ๆ มีลูกศิษย์มาหา เอาพวงมาลัยมาไหว้ในวันครู มีความรู้สึกดีมากเมื่อเห็นภาพนี้ อยากที่จะได้รับสิ่งที่ได้เห็นกับตัวเราเองบ้าง และยังจาภาพครูทุกคนที่สั่งสอนเราได้เป็นอย่างดีทั้ง ๆที่บางท่านจากไปนานแล้วแต่ท่านยังอยู่ในใจตลอดเวลา คือเป็นครูที่เอาใจใส่จริงจัง จริงใจและมีความเข้มงวดมากสอนตั้งแต่หัวจรดเท้าว่าการเป็นเด็กนักเรียนที่ดีควรเป็นอย่างไรจะพูด จะเดิน จะกิน จะหาว ยิ่งเรื่องหาวนี้ระลึกถึงทุกครั้ง ท่านสอนว่าเราเป็นผู้หญิงห้ามหาว อ้าปาก ทุกวันนี้เวลาหาว หวนนึกถึงครูท่านนี้ตลอดค่ะ และทุก ๆคาสอน ต้องมีรูปแบบมีแบบอย่างในชีวิตก็คือ การเป็นครูที่ดี

ความเป็นตัวตนของตัวเองในอาชีพครู เริ่มมาจากการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ซึ่งเป็นฝ่ายการสอนที่จบแล้วไปสายอาชีพครู ฝึกประสบการณ์วิชาชีพสอนในโรงเรียนจริง ๆ เป็นเวลา 1 ภาคเรียน ทั้งชอบและตื่นเต้น มีความรู้สึกปลื้ม ศรัทธาต่อวิชาชีพของตัวเองเพราะว่าอาชีพครูหรือวิชาชีพครูนี้มีหน้าที่สาคัญที่สุด ก็คือ การสร้างคน ความภูมิใจของคนเป็นครูคือการได้มองความสาเร็จของนักเรียนซึ่งเราไม่ได้มองความสาเร็จเฉพาะนักเรียนที่เก่งแต่เราจะภูมิใจที่สุดเมื่อเราสามารถดูแลเด็กที่เราต้องช่วยเหลือเขามาก ๆ คือได้ส่งให้ถึงฝั่งและเดินต่อไปได้นั่นคือความภูมิใจในความเป็นครูตรงนี้มีอยู่ในตัวตนของเราซึ่งถ้าเราจะรักเด็กก็ต้องรักให้ทั่วถึง ถึงแม้ว่าช่วงเวลานั้น ลูกศิษย์จะเรียกเราว่า “ครูฝึกสอน” ก็ตาม

เมื่อจบปริญญาตรีเรียบร้อยได้ก้าวเข้าสู่วัยทางาน ได้เดินทางเข้ามาในกรุงเทพเพื่อหางานทา ตามคาชักชวนของรุ่นพี่ที่มาทางานแล้วและแนะนาให้มาสมัครเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ เพราะกาลังต้องการสาขานี้ ที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอนเพราะเราจบสาขาเอกภาษาอังกฤษ จึงได้มาสมัครทางโรงเรียนนัดสอบสัมภาษณ์และสอบสอน รู้สึกตื่นเต้นมาก กลัวไม่ได้ กลัวไม่ผ่าน ร้อยความคิดในหัวกังวลมากเพราะใจลึกๆ

แล้วอยากได้งานทาที่นี่ โรงเรียนใหญ่โต สวยงาม ชุดสวย และสอบถามจากรุ่นพี่ที่แนะนาบอกมาว่า เงินเดือนดี จากนั้นจึงมุ่งมั่น เตรียมสื่อการสอน หัวข้อที่จะสอบสัมภาษณ์ เป็นภาษาอังกฤษเพราะคิดว่าเขาต้องสอบสัมภาษณ์ตรงกับวิชาเอกที่เรียนมา วันที่นัดก็มาถึง แต่งตัวเรียบร้อยพร้อมสื่อการสอนมาด้วยความมั่นใจ แต่ก็ตื่นเต้นมากซ้อมกับเพื่อนมาบ้างแล้ว หลังจากสอบทั้ง 2 อย่างแล้ว ช่วงเวลาที่รอคาตอบ นั่งไม่เป็นสุขเลย เพราะจบใหม่ ยังไม่มีประสบการณ์ต่าง ๆ ในการทางานมาเลย แต่ก็มีเจ้าหน้าที่เดินมาบอกว่าผ่าน ทางโรงเรียนรับเข้าทางาน และบอกวันเริ่มงาน เป็นความรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก นับแต่วันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นชีวิต ความเป็นครู ที่แท้จริงแล้ว เดินตามทางของตระกูลครู ครอบครัวต่างดีใจกันทุกคนที่ได้ทางานในอาชีพครู ถึงแม้ว่าจะเป็น ครูโรงเรียนเอกชนก็ตาม ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น “ครู” ยิ่งมาทางานที่สารสาสน์ก็เหมือนเป็นทางเลือกที่รู้สึกว่าเราได้เจองานเจอผู้บังคับบัญชาที่เป็นพ่อครูแม่ครู ที่เป็นเจ้าของโรงเรียนได้เป็นครูโดยแท้จริง ส่งผลให้เกิดความภาคภูมิใจและอยากทาอาชีพหรือวิชาชีพนี้ตลอดชีวิต ตลอดจนมาถึงทุกวันนี้กว่า 18 ปีแล้วที่อยู่สารสาสน์ตอนเรียนจบครูมาใหม่ก็ได้ทางานเป็นครูสอนที่โรงเรียนสารสาสน์แห่งนี้เป็นโรงเรียนแรกและโรงเรียนเดียวไม่เคยทางานในองค์กรอื่นเลย เพียงแต่เปลี่ยนสาขาภายในเครือสารสาสน์ ตลอดเรื่อยมาได้มาทางานที่โรงเรียนสารสาสน์ ได้สอนวิชาภาอังกฤษ ในระดับอนุบาล มีคัดตารางซึ่งครั้งแรกก็งง ว่าเราจะสอนยังไง เด็กก็เล็ก เป็นครูฝึกสอนก็ไม่เคยเจอการคัดตาราง สอนระดับมัธยม แต่ชีวิตจริง สอนอนุบาล เราก็ต้องปรับตัว สอบถาม เรียนรู้จากครูเก่าของโรงเรียน เราจะเห็นแบบอย่างของพ่อครูแม่ครูในการสอนครู อบรมครูตามนโยบายต่าง ๆ ให้รักเด็กมาก ๆ ห้ามดุ ห้ามตี พูดจากับเขาดี ๆ เลยรู้สึกว่าเจ้าของโรงเรียนนี้ท่าน น่ารัก และเป็นครูอย่างแท้จริง สมแล้วที่มีโรงเรียนใหญ่โต หลายสาขา คือเด็กต้องมาที่ 1 ท่านจึงได้จัดตั้งกิจการและการศึกษาซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ซึ่งท่านเองก็ไม่หยุดการบริหารและตั้งเป้าหมายในการสร้างเด็กมี 3 อย่างนี้ในตัวเอง คือ เด็กสารสาสน์ ต้องมี 1 ภาษาอังกฤษที่ดี พูดสื่อสารได้ 2 มีระเบียบวินัย 3 มีคุณสมบัติพิเศษติดตัวของเด็กต้องเล่นดนตรีได้เป็นอย่างน้อย 1 ชิ้น ทุกคน จึงเป็นเอกลักษณ์ของนักเรียนสารสาสน์ที่โรงเรียนอื่นไม่มี แตกต่าง และดีกว่า ทาหน้าที่ครูผู้สอนได้ 8 ปี ก็ได้รับโอกาส จากท่านผู้ใหญ่ ท่านหนึ่งที่ไว้วางใจและเห็นถึงความสามารถในตัวเรา คือ ท่านผอ.ดร.สยมพร ทองเนื้อดี ซึ่งขณะนั้นท่านดารงตาแหน่ง เป็นผอ.โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอน แต่ในปัจจุบัน ได้ดารงตาแหน่ง อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ ให้ไปทาหน้าที่เป็นผู้บริหารฝ่ายอนุบาลที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศสมุทรสาคร แต่ได้ปฏิเสธท่านไปและขอบพระคุณท่านที่ไว้วางใจในตัวเรา คาตอบที่ให้ คือ ขอสอน อยากสอนนักเรียน อยากอยู่กับเด็ก ๆ มีความสุขกับการสอน อยากให้นักเรียนเก่ง พูดภาษาอังกฤษได้ และไม่ถนัดงานบริหารคงทาไม่ได้เพราะเห็นผู้บริหารที่ผ่านมาเป็นงานยากและหนัก ท่านตอบมาว่า เดี๋ยวผอ.สอนเอง ท่านจึงเป็นครูคนแรกในการสอนงาน ด้านการบริหาร แต่เมื่อได้ทาจริงก็ต้องเรียนรู้ ฝึกฝน เก็บเกี่ยวประสบการณ์ แก้ปัญหาในแต่ละวันและ  ได้ทาหน้าที่ทั้งสองอย่างทั้งเป็นครูที่สอนงานครูใหม่ เพราะตอนนั้นโรงเรียนเปิดใหม่ต้องสอนงานจนไม่เหมือนเป็นผู้บริหาร ทาหน้าที่ไปพร้อมกันไม่เคยขาดตกบกพร่องหนึ่งก็เป็นครูอีกหน้าที่ก็เป็นผู้บริหารแต่ก็ไม่ใช่ผู้บริหารที่มาแล้วสัมผัสไม่ได้สาหรับคาว่าครูโดยส่วนตัวชอบมากกว่าคาว่าผู้ช่วย หรือผู้บริหาร จากนั้นก็ได้รับโอกาสอีกครั้ง ได้ขึ้นเป็น ผู้อานวยการ คราวนี้ร้องไห้ออกมา ไม่ได้ร้องเพราะดีใจ แต่ร้องด้วยความเสียใจ ไม่อยากเป็น กลัวทาไม่ได้ ทาได้ไม่ดี แต่ผู้ใหญ่ทุกท่านก็เป็นกาลังใจ สอนงาน ปลอบประโลม ว่าทาได้ และทาได้ดี ต้องวางตัวใหม่ มีบุคลิกภาพ น่าเชื่อถือ ศรัทธา เป็นแรงผลักดันให้เรียนรู้ ในงานด้านบริหารสูงสุดในตาแหน่งนี้ และต้องทาให้ได้ เพื่อให้สมกับความไว้วางใจของท่านผู้มีพระคุณ ท่านประธานพิบูลย์ ยงค์กมล คาว่าครูใหญ่หรือผู้อานวยการให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน อย่างการเป็นครู เมื่อถึงวันครู วันไหว้ครู เราจะรู้สึกว่า ลูกศิษย์ไหว้ครูไม่ใช่ไหว้ผู้อานวยการ ไหว้ผู้บริหาร คือมีความรู้สึกที่รักความเป็นครู มากกว่าผู้บริหารแต่จะศรัทธาในการเป็นผู้บริหารเหมือนเป็นหัวโขนที่ใส่ไว้ เป็นหน้าที่ที่ต้องกระทาแต่นัยยะของการเป็นผู้บริหารเราก็คือ ครูคนหนึ่งซึ่งมีบทบาทในการบริหารจัดการทาอย่างไรให้ครูทาหน้าที่ของตนเองกับนักเรียนให้ดีที่สุดหน้าที่เราคือทาทั้ง 2 อย่างไปพร้อมกันเราจึงต้องมีความคิดในการพัฒนาตลอดเวลา การพูดการพัฒนาครูก็คือการพัฒนาเด็ก ถ้าเราหยุดคิดองค์กรก็จะไม่พัฒนา ตลอดเวลาเราคิดแต่เรื่องงานเป็นคนที่จริงจัง สิ่งที่ผู้บริหารต้องมีในการทางาน คือต้องมีความเอาใจใส่ ในงานที่ทา รู้ในทุกหน้าที่ ทุกอย่าง ตั้งแต่ยอดหญ้าถึงยอดโดม ถ้าไม่ครบทุกอย่างก็จะไม่ได้งาน ยิ่งในเรื่องการเรียนการสอน และเรื่องของความสามารถกิจกรรมพิเศษซึ่งเป็นเรื่องของการทักษะและความสามารถ เช่น การเล่นดนตรีไม่ใช่อยู่ ๆจะเล่นเองต้องมีการฝึกฝน เรื่องภาษาก็ต้องพูดบ่อย ๆ ก็ทาได้ เด็กหลายๆคนที่เรียนอยู่สารสาสน์ไปประกวดกิจกรรมต่าง ๆ ก็ต้องฝึกฝน ฝึกซ้อมทั้งสิ้น ทางโรงเรียนไม่ได้ห้ามเพราะถือเป็นการสร้างทักษะอย่างหนึ่งเป็นสิ่งที่โรงเรียนต้องส่งเสริมด้วยซ้าเด็กที่จะไปแข่งดนตรีหรือจะไปแข่งกีฬาทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่สร้างประสบการณ์ที่ดีในชีวิตของเด็กอีกทั้งยังช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนในฐานะที่เราเป็นครูก็ต้องสอนเด็กให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งใหม่อะไรที่ควรทาและไม่ควรทาเราก็ต้องเอาใจใส่คอยเป็นที่ปรึกษาช่วยชี้แนะแนวทางที่ดีให้การช่วยเหลือเด็กเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ดี เช่นการไปแข่งรายการต่าง ๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะเด็กได้ฝึกฝนความสามารถและได้มีความกล้าแสดงออกอย่างที่สารสาสน์วิเทศโคราชก็มีนักเรียนที่เป็นนักกีฬา นักดนตรี สิ่งหนึ่งที่จะสอนก็คือเรื่องของการเรียนต้องติดตามสาหรับตัวเด็กเองนั้นก็มีความสามารถทากิจกรรมไปพร้อมกับการเรียนได้อย่างเหมาะสม ก็ถือว่าเป็นการสร้างคนที่จะทาให้เด็กมีความสามารถมากขึ้นอีกทั้งยังรู้จักบริหารเวลาได้รู้จักการเรียนรู้ว่าเวลาเป็นสิ่งมีค่าและไม่ละทิ้งหน้าที่หลักของตัวเองคือการเป็นนักเรียน สิ่งที่นักเรียนต้องไปเล่นต้องไปแสดงกิจกรรมต่าง ๆ นั้นทุกอย่างต้องมีการฝึกซ้อมและการฝึกซ้อมก็คือการสร้างคนสร้างวินัยให้เด็กนักเรียนของเราจึงประสบความสาเร็จในการทางานการเป็นนักกีฬาและกิจกรรมอื่น ๆอีกทั้งยังมีผลการเรียนที่ดีอีกด้วย ภาษาอังกฤษในการสอนขอ

สารสาสน์ภาษาถือว่าสาคัญและเป็นเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งอย่างแท้จริง การเรียนภาษา การทากิจกรรมให้กับผู้ปกครองที่สนับสนุนให้ลูกมีความสามารถทางเลือกของกิจกรรมและการเรียนทางด้านภาษา เราเข้าใจพ่อแม่ทุกคนว่าต้องการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสาหรับลูกการเลือกโรงเรียนก็เป็นส่วนสาคัญมากในชีวิตของเด็กการเลือกโรงเรียนที่ดีย่อมส่งผลโดยตรงกับการวางอนาคตที่ดีให้กับลูกโรงเรียนที่ดีจะต้องเป็นโรงเรียนที่มีการจัดการศึกษาที่ดีสามารถตอบสนองต่อโลกปัจจุบัน เช่น ภาษา ทักษะ ไอที มีระบบการจัดการในการดูแลเอาใจใส่นักเรียนได้ดี สารสาสน์เรามีการอภิบาลเพราะการจัดการศึกษาให้กับเด็กไม่ใช่เพียงแค่การเรียนการสอนเท่านั้นแต่ต้องมีการอบรมให้ตั้งมั่นอยู่ในการทาความดี ตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านให้กับ คนไทยไว้ยึดหลักที่โรงเรียนสารสาสน์ใช้ทุกวันนี้ คือ การให้การศึกษาที่ดีจะต้องอบรมนักเรียนให้เป็นคนดีด้วย เช่นคากล่าวที่ว่า สอนความรู้ อบรมความดี ดังนั้นถ้าท่านจะเลือกโรงเรียนขอให้ท่านเลือกโรงเรียนที่มีแนวคิดในการจัดการศึกษาที่สามารถทาให้ลูกของท่านอยู่ในโลกปัจจุบันได้ มีความต้องการในเรื่องของภาษาเราจึงต้องเตรียมนักเรียนให้พร้อมกับโลกอนาคตการศึกษาที่มีความพร้อมในเรื่องของภาษา และบวกกับเทคโนโลยีในสมัยปัจจุบันเป็นของขวัญชิ้นสาคัญที่ทางโรงเรียนได้มอบให้กับนักเรียนและเป็นของขวัญที่ติดตัวนักเรียนไปโดยตลอดซึ่งนักเรียนจะได้ใช้ของขวัญชิ้นนี้สาหรับการระลึกถึงว่า เป็นของขวัญชิ้นสาคัญที่ทางโรงเรียนและครูได้มอบให้สาหรับนักเรียนจะได้นาไปใช้เมื่อเขาโตขึ้นไปตลอดชีวิต

อีกประการหนึ่งที่สาคัญในการที่นักเรียนมีโอกาสได้ทากิจกรรมภายนอกโรงเรียนถือเป็นประสบการณ์ที่มีค่าก็จริงแต่สิ่งที่มีค่าเหนือกว่าประสบการณ์คือทาอย่างไรให้นักเรียนรักษาการเรียนประจาวันมีความรับผิดชอบในการเรียนให้สาเร็จลุล่วงใช้เวลาว่างได้อย่างมีคุณค่าและดารงตนในฐานะเป็นนักเรียนได้ตลอดรอดฝั่งนั่นต่างหากเป็นสิ่งที่ทาให้ประสบการณ์สร้างความสาเร็จได้อย่างแท้จริง

ระบบการทางานและการวัดผลเป็นไปตามนโยบายทางานอย่างเป็นระบบแบ่งหน้าที่แต่ละคนแต่ละแผนกในหน่วยงานในด้านการบริหารวัดผลรายบุคคลของนักเรียนในการใช้ภาษาอังกฤษพบว่าเด็กสามารถสื่อสารได้ฟังรู้เรื่องเพราะว่าในระบบการศึกษาจะมุ่งเน้นให้เด็กต้องพูดภาษาอังกฤษได้คือได้พูดภาษาอังกฤษจริง ๆยิ่งใช้ทุกวันยิ่งดี จัดระบบแต่ละวันเป็น English Zone เน้นภาษาอังกฤษเพื่อกระตุ้นการพัฒนาและการใช้ภาษามีระบบการสอนให้เด็กใช้ Conversation ในชีวิตประจาวันเรามีระบบ วิธีว่าครูจะต้องสอน Conversation อย่างไรทาให้เด็กพูดซ้าย้าทวนในทุกเช้าทุกวิชา

ท่านประธานอานวยการเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ทางด้านการศึกษาเป็นคนมุ่งมั่นมากสิ่งที่ท่านพูดเสมอ คือ การจัดการศึกษาที่ดีเราต้องรับผิดชอบในเมื่อเรารับอาสาที่จะจัดการศึกษาเราก็ต้องทาแบบคนที่มีความรับผิดชอบเด็กนักเรียนต้องมีคุณภาพการเรียนสองภาษามีหลักการสอนมีวิธีใช้อย่างให้เด็กพูดภาษาอังกฤษครูก็ต้องมีการสื่อสารที่ดี มีการสอนที่ดี สื่อสาคัญที่สุดประการแรก คือ ตัวของคุณครูต้องมีศักยภาพมีความรู้

ความสามารถในการถ่ายทอดจะต้องเข้าใจผู้เรียนด้วยว่า อายุเด็กเท่าไหร่ คุณครูพูดกับเด็กอนุบาลอย่างไรใช้คาศัพท์ง่ายๆตอบ ภาษาอังกฤษประถม-มัธยม ใช้สื่อการสอนที่ผ่านทางทีวีสอน สื่อจริงและมีการสัมผัส จับต้องได้ซึ่งเรียนรู้จากการปฏิบัติและพูดได้ทุกวันครูก็จะต้องหัดพูดได้ เด็ก ๆได้ฝึกพูดด้วยการสัมผัสด้วยตัวเองคือการที่เราจะทาให้เด็กได้อย่างที่เราต้องการ เราต้องทาให้เหมือนเด็กอันนี้คือหัวใจสาคัญเลย เราจึงมีการพัฒนาครูอยู่อย่างสม่าเสมอ ครูสารสาสน์ที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษกับเด็กครูที่ต้องสามารถสื่อสารกับเด็กได้พูดได้ เราต้องมีการพัฒนาครูเพื่อให้เกิดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพและมีครูต่างชาติที่นักเรียนสามารถเรียนรู้และพูดได้กับเจ้าของภาษา จากนโยบายของท่านประธาน การทางานของเราจึงยึดถือปฏิบัติเพราะเป็นแนวทางการสอนที่ทาได้จริง เห็นผลจริง คนเป็นครูจึงเป็นครูตลอดเวลา ตั้งแต่หัวจรดเท้า เดิน ยืน นั่ง นอน การแต่งกาย เพราะเราต้องพบปะผู้ปกครอง คนในสังคม นักเรียน ทั้งภายใน และภายนอกโรงเรียน พูดได้ว่าต้องพร้อมเสมอ ความรู้ ศีลธรรม จรรยามารยาท จรรยาบรรณวิชาชีพ

วันที่ 16 มกราคม ถือเป็นวันครูแห่งชาติและหยุดให้ศิษย์ได้ราลึกถึงพระคุณและความสาคัญของครูที่มีหน้าที่เอาใจใส่ศิษย์ทั้งการเรียนและความประพฤติทั้งการสอนวิชาการและการอบรมบ่มนิสัยให้เป็นคนดีมีกิริยามารยาท มีจรรยา มีศีลธรรมประจาใจ ดังนั้นครูจึงต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ใฝ่เรียนรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีรู้จักระมัดระวังตนวางตัวเหมาะสมระหว่างศิษย์กับครูมีความรักอภิบาลศิษย์ด้วยใจเมตตาและเมื่อต้องทาหน้าที่ให้คาปรึกษาช่วยเหลือครูก็ต้องเก็บความลับไม่นาเรื่องของศิษย์มาประจานควรปฏิบัติตนครบถ้วนตามจรรยาบรรณวิชาชีพครูเมื่อพิจารณาหน้าที่และคุณสมบัติครูมีความดีหลายประการแต่สรุปได้ 3 ประการ คือ ครูที่มีความประพฤติดี มีความรู้ดี เป็นแบบอย่างที่ดี ครูมีความสาคัญต่ออนาคตของศิษย์ และครูก็เป็นส่วนสาคัญของโรงเรียน โรงเรียนที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจากผู้ปกครองก็เพราะมีครูดี ครูคือตัวชี้วัดคุณภาพของโรงเรียนนั้น ๆ ครูที่ดีจึงมีคุณภาพ ถ้าโรงเรียนนั้นมีครูที่ไม่ดีไม่มีคุณภาพโรงเรียนก็จะลดคุณภาพลง ฉุดคุณภาพของโรงเรียนลงครูดีจึงทาให้โรงเรียนเจริญรุ่งเรือง

เรื่องราว จากครูสอนภาษาอังกฤษ ครูที่ทางานด้วยหัวใจและมีความรักในความเป็นครูเป็นทั้งครูและผู้บริหารที่มีใจมุ่งมั่นเพื่อพัฒนาให้นักเรียนที่จบออกมามีคุณภาพทางด้านวิชาการและความสามารถพิเศษพร้อมที่จะก้าวสู่เส้นทางการศึกษาในอนาคตแล้ว อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป นักเรียนที่เรียนไม่เก่ง ก็ไม่ใช่จะไม่ประสบความสาเร็จ ส่วนนักเรียนที่เรียนเก่ง ก็ใช่จะประสบความสาเร็จเสมอไป นักเรียนเกเรมักจะคิดถึงครูเสมอ เพราะความใกล้ชิด เคี่ยวเข็ญ นักเรียนที่ดี ครูก็ต้องไม่ละทิ้งและให้เขานึกถึง ครู อาจจะไม่ใกล้ชิดก็ตามเพราะไม่ถูกเคี่ยวเข็ญ สมัยก่อนเรามักได้ยินคาว่า ครู เปรียบเหมือน “เรือจ้าง” คอยพายส่งศิษย์ ให้ถึงฝั่ง แต่มาวันนี้ด้วยยุคสมัยและโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สังคมปัจจุบัน จึงเปรียบครู คือ ผู้ให้ความรู้และปลูกฝังจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ สร้างคนให้เป็นมนุษย์ นั่นเอง


ความสุข ของครู ตอนที่ 2

 












ความภูใจของครู

 







การเตรียมพร้อมสู่ความเป็นครู

 

"การเตรียมพร้อมสู่ความเป็นครู"



              อาชีพครู เป็นอาชีพที่มีมาตั้งแต่โบราณ ครูคือผู้ที่อบรมสั่งสอน ในศาสตร์ต่างๆ ถ่ายทอดวิชาความรู้และประสบการณ์ให้แก่ศิษย์ เพื่อให้ดำรงชีวิตต่อไปแบบมีแนวทางแบบแผน อาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง

เป็นอาชีพที่ทรงเกียรติ มีวิทยฐานะ ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จากคุรุสภา เป็นที่ยอมรับนับถือในสังคม การเตรียมพร้อมสู่ความเป็นครู คือการ ตัวตัวสู่อาชีพครู ที่มาพร้อมกับภาระหน้าที่รับผิดชอบใหญ่หลวง ดังนั้น ต้องมีการเตรียมการพร้อมล่วงหน้าสู่อาชีพครู เพื่อที่จะเป็นครูมืออาชีพ หรือแค่ ผู้มีอาชีพครู      

ครูมืออาชีพ ตามความหมายของกรมวิชาการ ได้ให้ความหมายไว้ว่า คือครูที่มีความพร้อมในทุก ๆ ด้านที่จะเป็นครู คือ มีความรู้ความสามารถ มีทักษะในการให้การศึกษาอบรมศิษย์ในทุก ๆ ด้าน มีความประพฤติดี วางตัวดี เอาใจใส่ดูแลศิษย์ดี มีวิญญาณของความเป็นครู และปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตวิญญาณ ซึ่งจากความหมายนี้ เราจะเห็นได้ว่า ระดับของครูมืออาชีพนั้น แตกต่างจากระดับคนที่ประกอบอาชีพครูอยู่พอสมควร ครูทุกคนถึงแม้จะมีความรู้ทางวิชาชีพทัดเทียมกัน เพราะส่วนใหญ่ต่างจบจากสถาบันผลิตครูเหมือนๆกัน หรือจะแตกต่างกันบ้างก็ตรงชื่อของมหาวิทยาลัยที่เรียนจบ แต่เมื่อผ่านการคัดเลือกเข้ามาบรรจุครูในสถานศึกษาของรัฐหรือได้ทำงานในสถานศึกษาของเอกชน ครูทุกคนก็มีจุดเริ่มต้นในการทำงานที่แทบจะไม่ต่างกัน แต่อะไรเล่า? ที่เป็นตัววัดว่า ใครคือผู้ประกอบอาชีพครูธรรมดาๆ และใครควรจะถูกเรียกว่าเป็นครูมืออาชีพ

สิ่งที่ทำให้ครูมืออาชีพ แตกต่างจากผู้ประกอบอาชีพครูโดยทั่วไปนั้น คือการสามารถปฏิบัติตนให้ดำรงไว้ซึ่งปัจจัยที่ส่งเสริมความเป็นครูที่ดี 4 ประการ อันได้แก่

           1. อุดมการณ์ของครูสำหรับครูมืออาชีพ จะเน้นในเรื่องในของการดำรงไว้ซึ่งอุดมการณ์ความเป็นครูมากกว่าจะคำนึงถึงอามิสสินจ้าง โดยพร้อมแสดงความเมตตากรุณาต่อศิษย์ เสียสละและมุงมั่นในการทำงานเพื่อเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มศักยภาพตามความสามารถที่ตัวเองพึงกระทำได้

           2. คุณลักษณะของการเป็นครูที่ดี ครูมืออาชีพส่วนใหญ่จะมีลักษณะของการเป็นครูที่ดี ซึ่งการเป็นครูที่ดีนั้น ถ้ามองตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพแล้วจะสามารถสรุปได้คร่าวดังนี้ คือ

                      - ต้องเป็นผู้รอบรู้ในเรื่องของนโยบายการศึกษา เข้าใจในหลักสูตรและเนื้อหาวิชาที่สอน มีทักษะในการสอน วัดและประเมินผลผู้เรียนได้อย่างถูกต้อง

                      - ติดตามสถานการณ์บ้านเมืองอย่างสม่ำเสมอ สามารถจับประเด็นและวิเคราะห์ปัญหาต่างๆได้

                      - สามารถสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนการสอน ทั้งในเรื่องของการดูแลผู้เรียน การจัดการสื่อการเรียนการสอน และการช่วยเหลืองานสนับสนุนการจัดการในโรงเรียนต่างๆ เช่น งานพัสดุ หรืองานธุรการ เป็นต้น

                      - มีคุณธรรมจริยธรรมตามหลักของจรรยาบรรณวิชาชีพ

                      - รู้จักพัฒนาตนเองและส่งเสริมชุมชนอยู่เสมอ

           ซึ่งจากคุณลักษณะการเป็นครูที่ดี โดยสังคราะห์จากเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ จะเห็นว่าครูมืออาชีพนั้นจะต้องเป็นปฏิบัติดีทั้งต่อตัวเอง ผู้เรียน โรงเรียน รวมไปถึงชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงด้วย

           3. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปัจจุบันนี้ อาชีพครูกลายเป็นอาชีพหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงในเรื่องของหนี้สิน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าครูจะไม่ใช่อาชีพที่ทำรายได้ในระดับที่สูงมากนัก แต่รายได้ของครูก็เพียงพอต่อการใช้สอย ถ้ามีความพอเพียงและสามารถบริหารจัดการได้ดี การมีหนี้สิน ถ้าอยู่ในระดับที่ดูแลจัดการได้นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นปัญหาแต่อย่างใด แต่ส่วนใหญ่ที่พบมักเป็นลักษณะของการมีหนี้สินติดพันรุงรังจนกระทบต่อการทำงาน ทำให้ครูไม่อาจทำงานได้เต็มที่ กังวลกับเรื่องหนี้สินตลอดเวลา ซึ่งสำหรับครูมืออาชีพนั้น จะเป็นผู้ที่หยิบยกแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาใช้ในการดำเนินชีวิตคือ พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง ทำให้สามารถใช้ชีวิตในวิชาชีพครูได้เป็นแบบอย่างที่ดีและมีความสุข

           4. คุณธรรมที่ใช้ในการปฏิบัติงานการเป็นครูมืออาชีพ จะต้องยึดถือคุณธรรมในการทำงาน ซึ่งคุณธรรมในการประกอบวิชาชีพครูนั้น ตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ จะประกอบด้วย (1) ความมีเมตตากรุณาต่อศิษย์  (2) มีความยุติธรรม (3) มีความรับผิดชอบ (4) มีวินัย (5) ขยันขันแข็ง (6) อดทน (7) ประหยัด (8) รักและศรัทธาในวิชาชีพครู (9) มีความเป็นประชาธิปไตยในการปฏิบัติงานและการดำรงชีวิต

แนวทางในการฝึกฝนและพัฒนาตนเองเพื่อก้าวสู่ความเป็นครูมืออาชีพได้ จึงนำมาเรียบเรียงใหม่ให้เหมาะสม ซึ่งสามารถสรุปได้เป็นแนวทาง ดังนี้

                ผู้สอนควรปฏิบัติตนให้มีความเหมาะสมตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ  เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของของบุคคลทั่วไป ควรศึกษาแนวทางการจัดการศึกษาของชาติ ตามนโยบายต่างๆ ของทางกระทรวงศึกษาธิการ  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม ต้องศึกษากฎหมายและหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา เพื่อให้สามารถออกแบบกระบวนการเรียนรู้อย่างเหมาะสม

                ทำความรู้จักผู้เรียน เพื่อให้ทราบถึงอุปนิสัยใจคอ จุดเด่น และจุดที่ต้องพัฒนาเรียน สามารถ วิเคราะผู้เรียนเป็นรายบุคคลได้ ซึ่งข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้ จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เน้นทักษะการปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดความเข้าใจและสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตัวเอง โดยครูทำหน้าที่เป็นผู้แนะแนวทางและให้คำปรึกษามากกว่าเป็นผู้ชี้นำในการเรียนการสอน

ควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีการบูรณาการแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในส่วนของเนื้อหาที่สัมพันธ์กัน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีความคิดเชื่อมโยงและสามารถนำความรู้ไปใช้ได้ในชีวิตจริง เลือกใช้วิธีการวัดผลการเรียนรู้อย่างหลากหลายตามสภาพที่เหมาะสมของผู้เรียน เพื่อให้ทราบถึงผลลัพธ์ที่ถูกต้องและแม่นยำ

                เลือกจัดกิจกรรมหรือโครงการที่เน้นให้ผู้เรียนให้เกิดความรู้ ทักษะ หรือคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางและหลักสูตรสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง

                ควรมีการอบรมพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง และใช้การวิจัยในชั้นเรียนเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมและแก้ไขปัญหาต่างๆของผู้เรียนหมั่นศึกษาและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ควรร่วมกิจกรรมการฝึกอบรมหรือกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนครูทั้งในและนอกโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง ฝึกฝนทักษะในการใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ พัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีกับบุคคลอื่น สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้

จากแนวทางในการฝึกฝนเพื่อก้าวสู่การเป็นครูมืออาชีพนี้ จะเห็นได้ว่า ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยที่จะสามารถดำเนินการให้ถึงเป้าหมายได้ในเร็ววัน ครูผู้สอนทุกคนจำเป็นต้องฝึกฝนและพัฒนาตัวเองในด้านต่างๆอยู่ตลอดเวลาและสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถเติบโตไปที่ละขั้น ซึ่งต้องใช้เวลาและประสบการณ์พอสมควร แต่อย่างไรก็ดี การเริ่มต้นนับหนึ่ง ก็นับว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญ อันจะแสดงให้เห็นว่า เราพร้อมที่จะก้าวขึ้นไปเป็นครูมืออาชีพแล้ว และถึงแม้ว่าหนทางจะอีกยาวไกลและเต็มไปด้วยอุปสรรคจากทั้งภายในและภายนอกมากมาย แต่ผมก็หวังว่าครูทุกท่านจะมุ่งมั่นกับการเดินตามเป้าหมายในการเป็นครูมืออาชีพนี้ เพื่อประโยชน์ของตัวครูเองและของผู้เรียนในภายภาคหน้าต่อไป

การเตรียมพร้อมสู่ความเป็นครู

 

นางสาวสุนันทา  ซาอุรัมย์

        

 "การเตรียมพร้อมสู่ความเป็นครู"

ความเป็นครู





                การเป็นครูไม่ใช่แค่รู้ว่าวันครูคือวันที่ ๑๖ มกราคม แต่ความเป็นครูนั้นเปรียบได้กับดอกกล้วยไม้ต้องใช้เวลานาน ต้องดูแลเอาใจใส่เราจึงจะเห็นดอกกล้วยไม้การผลิตบุคคลในวิชาชีพครูยิ่งต้องสร้างให้งดงามมากให้เขาเข้าใจความเป็นครูและความเป็นครูนั้นไม่เพียงแต่จะต้องมีความรู้ทางวิชาการเพื่อจะสอนนักเรียนเท่านั้น แต่ครูยังจะต้องเป็นผู้ช่วยนักเรียนให้พัฒนาทางด้านสติปัญญา บุคลิกภาพ อารมณ์ และสังคมด้วย ดังนั้นครูต้องเป็นผู้ให้ความอบอุ่นแก่นักเรียน เพื่อนักเรียนจะได้มีความเชื่อและไว้ใจครู พร้อมที่จะพบครูเวลาที่มีปัญหา นอกจากนี้ครูจะต้องเป็นต้นฉบับที่ดีแก่นักเรียน ถ้าหากจะถามนักเรียนตั่งแต่ชั้นประถม จนถึงนิสิตนักศึกษาขั้นมหาวิทยาลัย ว่ามีใครบ้างในชีวิตของนักเรียนที่นักเรียนยึดถือเป็นต้นฉบับ นักเรียนส่วนมากจะมีครูอยู่อย่างน้อยหนึ่งคนเป็นต้นฉบับหรือตัวแบบและนักเรียนจะยอมรับค่านิยมและอุดมการณ์ของครู เพื่อเป็นหลักของชีวิต อิทธิพลของครูที่นักเรียนยึดเป็นต้นฉบับจะติดตามไปตลอดชีวิต

              ครูควรที่จะพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา หากครูไม่ได้พัฒนาอย่างจริงจังแล้ว การเรียนรู้ก็จะไม่เกิดขึ้นและครูก็จะสอนอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถจัดกิจกรรมที่จะสร้างเสริมพัฒนาการเด็กใน

ทุก ๆ ด้านได้ และไม่เทียบทันการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เด็กพบเจอภายนอกห้องเรียนได้เช่นกัน ถ้ายังคงเป็นเช่นนี้อยู่ ในไม่ช้าโรงเรียนก็จะเป็นเพียงแค่สถานที่เลี้ยงเด็ก มากกว่าที่จะเป็นสถานที่ที่จะบ่มเพาะความเป็นคนที่สมบูรณ์ให้กับเขาเหล่านั้น หรืออย่างดีขึ้นมาหน่อยตามที่ใครต่อใครมองกันก็คือ โรงเรียนเป็นสถานที่ ที่เด็กได้เรียนรู้ และมีผู้ใหญ่เป็นผู้สอน อาชีพครูจึงประกอบด้วยคน 2 ประเภท คือผู้ที่รักอาชีพครู และต้องการเป็นครูจริง ๆ และผู้ที่ต้องเป็นครูด้วยความจำใจ ครูประเภทนี้บางคนได้พบว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่มีรางวันในใจที่ได้ช่วยเหลือนักเรียนให้เรียนรู้หรือเปลี่ยนพฤติกรรม ช่วยให้นักเรียนมีพัฒนาการทั้งด้านสติปัญญาและบุคลิกภาพ จึงทำให้รู้สึกว่าเลือกอาชีพที่ถูกแล้ว แต่ครูบางคนมีความรู้สึกว่าตนเลือกอาชีพผิดและต้องทนอยู่เพราะอยากมีงานทำและอยากมีเงินใช้แต่ไม่มีความสุข  ครูประเภทนี้มีอันตรายเปรียบเสมือนฆาตกรนักเรียนทางด้านจิตใจอย่างเลือดเย็น ทำให้นักเรียนมีความรู้สึกต่ำต้อยและคิดว่าชีวิตของตนไม่มีค่า เป็นบุคคลที่ไม่มีประโยชน์ ไม่มีความสามารถและอาจจะต้องออกจากโรงเรียนด้วยการเรียนไม่สำเร็จ มีชีวิตที่ประสบความผิดหวัง ไม่สามารถที่จะมีชีวิตที่ก้าวหน้าได้โดยครูเองก็ไม่ทราบ 

           ครูเปรียบเสมือนนักศิลปินที่ปั้นรูป เพราะครูทุกคนมีส่วนในการพัฒนาบุคลิกภาพของนักเรียน แต่ผลงานของครูไม่เหมือนกับประติมากรที่พองามแต่ละชิ้นสำเร็จก็เห็นผลงาน อาจจะตั้งให้ชมได้ หรือถ้าไม่ชอบอาจจะแก้ไขเพิ่มเติมได้ ส่วนครูนั้นจะต้องรอจนนักเรียนกลับมาบอกครูว่าครูได้ช่วยเขาอย่างไร หรือมีอิทธิพลต่อชีวิตเขาอย่างไร และบางครั้งต้องรอก็เป็นการเสียเวลา  การสอนที่ดีนั้นมิใช่หมายเพียงแค่เทคนิคการสอน แต่การสอนที่ดีจะต้องออกมาจากอัตลักษณ์และจรรยาบรรณของความเป็นครูจากภายในจิตใจของผู้ที่รักในอาชีพครูและเสียสละได้เพื่อนักเรียนและโรงเรียน สิ่งที่เราต้องการในตัวครู คือ ความเป็นครูด้วยหัวใจ (A teacher at heart) ความเป็นครูด้วยหัวใจนั้นหมายถึง การให้ความรักกับนักเรียน รักที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอรวมถึงรักในชีวิตการสอนนักเรียนแม้ว่าธรรมชาติของการเป็นครูจะไม่ต่างจากการทำงานในอาชีพอื่น ๆ ที่จะต้องพบกับทั้งความสุขความสมหวังและความผิดหวัง ความรู้สึกหดหู่ใจ คุณภาพการสอนของครูจะมาจากภายในจิตใจของครู ดังนั้นการรู้จักตนเองของครูจึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับทุกคนที่ปรารถนาเป็นครูที่ดีการเป็นครูมิใช่เป็นเรื่องง่าย ครูจะมองเพียงแค่  ตนจะได้อะไรจากความเป็นครู จะได้อะไรจากเด็ก จากผู้ปกครอง เท่านั้น คงไม่ใช่แต่ครูต้องมองในทางกลับกันว่าครูจะให้อะไรกับเด็กจะให้อะไรกับผู้ปกครองและชุมชน  เมื่อใดที่ครูได้รู้จักสังเกตตั้งคำถามรู้จักที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงสะท้อนความคิดและผลิตวิธีการใหม่ๆ ซึ่งมีผลกับนักเรียน  นักเรียนก็จะเรียนรู้ด้วยความมีชีวิตชีวา เมื่อใดที่ครูหยุดการพัฒนาและหยุดแสวงหาวิธีการ และแนวทางใหม่ๆ  ในการจัดการการเรียนรู้เด็ก ๆ ก็จะหยุดพัฒนาเช่นเดียวกัน    

           ดังนั้น  เมื่อคุณคิดว่าคุณมีความพร้อมทั้งความรู้ความสามารถ  ความรักในวิชาชีพ  ความรักและความเมตตานักเรียน  พร้อมที่จะพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลาให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในขณะเดียวกันกับการอนุรักษ์สิ่งที่มีคุณค่าไว้  คุณก็จะเป็นครูที่ดีได้

 

การเตรียมความพร้อมสู่ความเป็นครู

  นางสาวประนอม   แสงพิรุณ   “ครู ” เป็นวิชาชีพที่มีบทบาทและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสังคมและประเทศชาติ ในการพัฒนาเยาวชนและคนในสังคมให้มีคุณภาพ...